หน้าแรก Security Hacker ช่องโหว่ค้างคา 5 ปี! Dahua ยอมรับ CVE-2021-33044 และ 33045 คือกุญแจที่แฮกเกอร์ใช้จริง

ช่องโหว่ค้างคา 5 ปี! Dahua ยอมรับ CVE-2021-33044 และ 33045 คือกุญแจที่แฮกเกอร์ใช้จริง

กล้องวงจรปิดยี่ห้อ Dahua กว่า 14,530 เครื่องทั่วโลกตกเป็นเหยื่อของแคมเปญโจมตีไซเบอร์ขนาดใหญ่ที่ถูกเรียกว่า “Operation CameraSwarm” ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2026 โดยนักวิจัยจาก Hunt.io ค้นพบร่องรอยการโจมตีทั้งหมดจากไฟล์ทำงานของแฮกเกอร์ที่หลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจ ขนาดกว่า 407 เมกะไบต์ ซึ่งบรรจุเครื่องมือ บันทึกการทำงาน และข้อมูลแคมเปญไว้อย่างละเอียด เหยื่อส่วนใหญ่ที่ยืนยันได้กระจุกตัวอยู่ในยูเครนและรัสเซีย

เบื้องหลังความสำเร็จของแฮกเกอร์คือการผสมผสานสามเทคนิคเข้าด้วยกัน อย่างแรกคือการไล่สวมรหัสผ่านผ่าน IP address นับหมื่นรายการ อย่างที่สองคือการอาศัยช่องโหว่เก่าตั้งแต่ปี 2021 อย่าง CVE-2021-33044 และ CVE-2021-33045 ที่ทำให้ข้ามระบบยืนยันตัวตนได้ ซึ่งแม้ Dahua จะประกาศแก้ไขไปนานแล้ว แต่อุปกรณ์จำนวนมากยังไม่ได้อัปเดตเฟิร์มแวร์ และอย่างที่สามคือการอาศัยกลไก P2P ของระบบ Easy4IP ที่ใช้เพียงหมายเลขซีเรียลของกล้องก็สามารถเชื่อมต่อเข้าไปถึงอุปกรณ์ที่ซ่อนอยู่หลัง NAT ได้ โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ก่อนเลย

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ข้อมูลที่หลุดออกมาระบุว่ากล้องกว่า 1,923 เครื่องถูกฝังบัญชีลับแบบถาวรไว้ ทำให้แฮกเกอร์สามารถกลับเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้อีกในภายหลัง แม้เจ้าของจะทำการรีเซ็ตเครื่องกลับสู่ค่าโรงงานแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม ตัวเลขและข้อกล่าวอ้างเหล่านี้ยังเป็นข้อมูลเฉพาะจากฝั่ง Hunt.io เท่านั้น ยังไม่มีหน่วยงานอื่นอย่าง ITRES Labs, Dahua เอง หรือหน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของรัฐยืนยันความถูกต้องอย่างเป็นอิสระ

ทาง Dahua ออกแถลงการณ์ยอมรับว่าวิธีการโจมตีที่ปรากฏในรายงานสอดคล้องกับช่องโหว่ที่บริษัทเคยแจ้งเตือนต่อสาธารณะไปแล้วตั้งแต่ปี 2021 พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านที่รัดกุมและไม่ซ้ำใคร หมั่นติดตามประกาศด้านความปลอดภัยบนเว็บไซต์ทางการ และอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ สำหรับผู้ที่สงสัยว่าอุปกรณ์ของตนอาจถูกแฮกไปแล้ว บริษัทแนะนำให้ทำการรีเซ็ตเครื่องกลับสู่ค่าโรงงานควบคู่กับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ทันที ขณะที่ช่องโหว่ทั้งสองตัวจากปี 2021 ยังคงถูกบรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตีจริงของหน่วยงาน CISA สหรัฐฯ จนถึงปัจจุบัน

ในแง่ของตัวผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการนี้ นักวิจัยพบเพียงร่องรอยการใช้ภาษาที่บ่งชี้ว่าอาจเป็นกลุ่มที่พูดภาษารัสเซีย แต่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงหน่วยงานรัฐหรือกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีชื่อเสียงกลุ่มใดได้อย่างชัดเจน และยังมีข้อสันนิษฐานในระดับความมั่นใจปานกลางว่าเครื่องมือบางส่วนอาจถูกออกแบบมาเพื่อส่งต่อสิทธิ์การเข้าถึงกล้องให้บุคคลที่สามอีกทอดหนึ่งด้วย ซึ่งสะท้อนว่านี่อาจไม่ใช่แค่การโจมตีเพื่อสอดแนม แต่อาจมีเป้าหมายเชิงพาณิชย์แฝงอยู่เบื้องหลัง

ที่มา : THN