หน้าแรก Cloud ยืนยันแล้ว Microsoft เตรียมยุติ VMware แบบเดิม ยกแผงสู่ยุค BYOL!

ยืนยันแล้ว Microsoft เตรียมยุติ VMware แบบเดิม ยกแผงสู่ยุค BYOL!

ไมโครซอฟท์เตรียมยุติการขายบริการ Azure VMware Solution (AVS) ในรูปแบบเดิมที่เคยแถมไลเซนส์มาให้ในตัว ถือเป็นการปิดช่องทางสุดท้ายที่องค์กรจะสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์เสมือนจริง (Virtualization) ของ VMware แบบแยกเดี่ยวได้โดยไม่ต้องเหมาแพ็กเกจใหญ่ ซึ่งเป็นผลพ้องโดยตรงจากการที่ Broadcom เข้ามากำหนดทิศทางธุรกิจใหม่

นับตั้งแต่ Broadcom เข้าซื้อกิจการ VMware พวกเขาได้เปลี่ยนกลยุทธ์มามุ่งเน้นขายชุดซอฟต์แวร์ใหญ่อย่าง VMware Cloud Foundation (VCF) แบบเต็มตัว และยกเลิกการขายไลเซนส์ระดับเริ่มต้นแบบแยกเดี่ยวทั้งหมด ส่งผลให้พันธมิตรคลาวด์รายใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ ไม่ได้รับอนุญาตให้ขายไลเซนส์ VMware พ่วงไปกับบริการคลาวด์ของตัวเองอีกต่อไป

จากเงื่อนไขใหม่นี้ ไมโครซอฟท์จึงจำเป็นต้องปรับรูปแบบบริการ โดยบังคับให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนไปใช้โมเดลนำไลเซนส์มาเอง หรือ Bring Your Own License (BYOL) นั่นหมายความว่าองค์กรที่ต้องการใช้งาน VMware บน Azure จะต้องไปติดต่อขอซื้อไลเซนส์ VCF ชุดใหญ่จาก Broadcom ด้วยตัวเอง ก่อนจะนำมาลงทะเบียนเพื่อเปิดใช้งานบนระบบของไมโครซอฟท์

สำหรับกรอบเวลาในการรับมือ ไมโครซอฟท์จะหยุดขาย AVS รูปแบบเดิมที่รวมไลเซนส์ในวันที่ 31 ตุลาคม 2026 และกำหนดให้ลูกค้าเดิมทั้งหมดต้องจัดหาไลเซนส์ VCF พร้อมย้ายระบบไปยังรูปแบบ BYOL ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2027 ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถใช้งานระบบต่อได้ และอาจส่งผลให้การทำงานสะดุดหยุดชะงัก

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจสร้างความปวดหัวให้กับองค์กรขนาดกลางและขนาดเล็กไม่น้อย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องย้ายระบบหนีเงื่อนไขใหม่ของ Broadcom แถมยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไลเซนส์ที่สูงขึ้นจากการถูกบังคับเหมาแพ็กเกจ VCF ทั้งที่บางฟีเจอร์อาจไม่ได้ใช้งานเลยด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกัน Broadcom ก็แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ได้กังวลหากลูกค้ารายย่อยจะเลิกใช้แล้วหันไปหาคู่แข่งรายอื่น เพราะเป้าหมายหลักของพวกเขาคือการรักษากลุ่มลูกค้ารายใหญ่ระดับองค์กรที่พร้อมลงทุนกับแพ็กเกจ VCF แบบครบวงจร ซึ่งรายได้ของ VMware ที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นสิ่งที่ Broadcom มั่นใจว่ามาถูกทางแล้ว

ที่มา : Theregister