หน้าแรก Security Data Leak TP-Link อัปเดตแพตช์ด่วน! ปิดช่องโหว่ 15 จุดในระบบ Omada ZTP เสี่ยงถูกแฮกเกอร์ยึดระบบ

TP-Link อัปเดตแพตช์ด่วน! ปิดช่องโหว่ 15 จุดในระบบ Omada ZTP เสี่ยงถูกแฮกเกอร์ยึดระบบ

TP-Link ออกประกาศปล่อยอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่จำนวน 15 จุด ในกลไก Zero-Touch Provisioning (ZTP) ของอุปกรณ์เครือข่ายตระกูล Omada ซึ่งหากแฮกเกอร์นำช่องโหว่เหล่านี้ไปเชื่อมโยง กับช่องโหว่เดิมที่เคยเปิดเผยไปแล้ว จะสามารถรันโค้ดอันตรายจากระยะไกล เพื่อเข้ายึดระบบได้ทันที

ค้นพบโดยทีมวิจัย Vedere Labs จากบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ Forescout และได้นำเสนอรายละเอียดฉบับเต็มในงานสัมมนาความปลอดภัยระดับโลก Black Hat USA

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ

TP-Link Omada เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เครือข่ายสำหรับองค์กรและธุรกิจขนาดกลางถึงเล็ก (SMB) รวมถึง Pro-grade สำหรับระดับ Enterprise โดยครอบคลุมอุปกรณ์หลายประเภท:

– Wi-Fi Access Points
– Ethernet และ PoE Switches
– Internet Gateways และ VPN Routers

นอกจากอุปกรณ์ Omada แล้ว ช่องโหว่บางส่วนยังส่งผลกระทบถึงผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ของ TP-Link ด้วย เช่น กล้องวงจรปิด IP Camera, อุปกรณ์ Smart Home IoT, แอปพลิเคชันบนมือถือ และบัญชีคลาวด์

ฟังก์ชัน ZTP ของ TP-Link ถูกพบว่ามีช่องโหว่ที่ร้ายแรงหลายด้าน ได้แก่:

– Hard-coded Cryptographic Keys: การฝังคีย์เข้ารหัสไว้ในซอฟต์แวร์
– Information Disclosure: ข้อมูลสำคัญรั่วไหล
– Remote Code Execution (RCE) & Client-side Execution: การแอบรันโค้ดอันตรายทั้งฝั่งเซิร์ฟเวอร์และฝั่งไคลเอนต์
– Device Hijacking & Spoofing: การเข้ายึดหรือปลอมแปลงเป็นอุปกรณ์ในระบบ
– Compromise of Encrypted Communications: การดักรับหรือเจาะระบบการสื่อสารที่เข้ารหัสไว้

รูปภาพ Omada deployment diagram ที่มา : Forescout

การโจมตีแบบผสมผสาน

Forescout ระบุว่า แฮกเกอร์สามารถนำช่องโหว่ใหม่เหล่านี้ไปรวมเข้ากับช่องโหว่ Command-Injection เดิม 2 จุด คือ CVE-2025-7850 และ CVE-2025-7851 เพื่อทำลาย ห่วงโซ่ความเชื่อถือ (Chain of Trust) ของ Omada แล้วแทรกซึมเข้าสู่เครือข่ายภายในผ่านทางตัวควบคุม (Controller) และอุปกรณ์ปลายทางได้ทันที

จากช่องโหว่ทั้งหมด 15 จุด มี 11 จุดได้รับการระบุหมายเลข CVE ดังนี้:

– CVE-2025-9289 ถึง CVE-2025-9293
– CVE-2025-15544
– CVE-2025-15627 ถึง CVE-2025-15631

ส่วนอีก 4 จุดที่เหลือยังไม่มีการออกหมายเลขรหัส โดยเป็นปัญหาเกี่ยวกับ:

– การจับคู่อุปกรณ์ โดยอาศัยเพียงแค่ Serial Number
– การใช้รหัสผ่านเริ่มต้น  ระหว่างกระบวนการ Adoption
– รหัส Serial Number ที่สามารถคาดเดาได้ง่าย
– ไฟล์ที่เข้าถึงได้ผ่านลิงก์ดาวน์โหลดชั่วคราวโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน

แฮกเกอร์สามารถสุ่มเดา Serial Number ของอุปกรณ์เพื่อดึงค่า MAC Address และค้นหาอุปกรณ์ที่กำลังรอการจับคู่ (Adoption) จากนั้นแฮกเกอร์จะปลอมตัวเป็นอุปกรณ์เครื่องนั้น แล้วฉวยโอกาสสวมรอยสิทธิ์ (Race Condition) ในระหว่างกระบวนการ Cloud Adoption เพื่อยืนยันตัวตนด้วยรหัสผ่านเริ่มต้น และเข้าควบคุมอุปกรณ์ในที่สุด

ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ TP-Link Omada รวมถึงอุปกรณ์ IoT ที่เกี่ยวข้อง ควเร่งดำเนินการอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดทันที เพื่อป้องกันการตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี

ที่มา : BPC