ราคาหุ้นของ Nvidia ปรับตัวลดลงเกือบ 5% ในวันจันทร์ที่ผ่านมา ฉุดให้บรรดาหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ร่วงลงตามกันเป็นทิวแถว ไม่ว่าจะเป็น AMD ที่ลดลงมากกว่า 5% รวมถึงผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่อย่าง Micron และ SK Hynix ที่ปรับตัวลงกว่า 2% และ 7% ตามลำดับ ซึ่งการย่อตัวลงอย่างหนักในครั้งนี้ ได้ส่งผลให้มูลค่าตลาดของ Nvidia ย่อลงจนเปิดโอกาสให้ Apple ก้าวขึ้นมาแซงหน้าเพื่อทวงตำแหน่งบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกคืนได้อีกครั้ง
เบื้องหลังการดิ่งลงของราคาหุ้นในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า Nvidia กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเป็นผู้ค้ำประกันทางการเงิน วงเงินสูงถึง 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ OpenAI สำหรับใช้เช่าพลังประมวลผลในโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ โดยรายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ข้อตกลงนี้อาจเป็นหนึ่งในวงเงินค้ำประกันที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Nvidia เคยทำมา ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกังวลถึงความเสี่ยงของโครงสร้างทางการเงินแบบ “หมุนเวียน” ซึ่งเป็นสภาวะที่ผู้ขายเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินหรือนักลงทุนรายใหญ่ของฝั่งลูกค้าเสียเอง จนอาจทำให้ภาพรวมอุปสงค์ชิป AI ในตลาดดูสูงเกินความเป็นจริง
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทวีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อย้อนกลับไปเพียงวันศุกร์ก่อนหน้า Nvidia เพิ่งประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ SK Group ในโครงการมูลค่ามหาศาลกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อร่วมกันพัฒนาโรงงาน AI และเทคโนโลยีหน่วยความจำยุคถัดไป แม้จะเป็นข่าวใหญ่ที่แสดงถึงการเติบโต แต่วงเงินลงทุนและค้ำประกันระดับแสนล้านดอลลาร์สหรัฐที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ก็ยิ่งเพิ่มความระมัดระวังให้กับตลาดเกี่ยวกับภาระผูกพันทางการเงินของยักษ์ใหญ่รายนี้
นอกจากประเด็นเรื่องการเงินภายในอุตสาหกรรมแล้ว ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลว่าประเทศจีนอาจกำลังเร่งเครื่องแซงหน้าในศึกเทคโนโลยี AI หลังจากที่สำนักข่าว The Information รายงานว่า บริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนประสบความสำเร็จในการเริ่มเดินสายการผลิตเชิงอุตสาหกรรม สำหรับอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ใช้ในการผลิตชิป ข่าวดีของฝั่งจีนในครั้งนี้กลายเป็นข่าวร้ายที่จุดกระแสแรงเทขายอย่างหนักในหุ้นของ ASML ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิปชั้นนำจากเนเธอร์แลนด์ และกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยซ้ำเติม Sentiment เชิงลบของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและชิปในวงกว้าง
ที่มา : Yahoo!








































