หน้าแรก News & Event วิกฤตแรนซัมแวร์คุกคาม SMB ตะวันออกเฉียงใต้ ผู้เชี่ยวชาญเตือน “สำรองข้อมูลอย่างเดียวไม่พอ”

วิกฤตแรนซัมแวร์คุกคาม SMB ตะวันออกเฉียงใต้ ผู้เชี่ยวชาญเตือน “สำรองข้อมูลอย่างเดียวไม่พอ”

แคสเปอร์สกี้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดระบุว่า ภัยคุกคามจากแรนซัมแวร์ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อม (SMB) ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนธุรกิจตกเป็นเป้าหมายเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.92 สู่ระดับร้อยละ 3.51 ในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งนำโดยประเทศอินโดนีเซียที่มีอัตราการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นว่าแฮกเกอร์ยังคงมุ่งเน้นการโจมตีภูมิภาคนี้อย่างเข้มข้น

อย่างไรก็ตาม สถิติดังกล่าวอาจเป็นเพียงภาพส่วนน้อย เนื่องจากระบบมักตรวจจับได้เฉพาะขั้นตอนสุดท้ายอย่างการติดตั้งโทรจันเข้ารหัส แต่กลับมองข้ามขั้นตอนเริ่มต้น เช่น การเข้าถึงระบบ การสอดแนม หรือการเคลื่อนย้ายภายใน ส่งผลให้ขอบเขตความแพร่หลายที่แท้จริงของแรนซัมแวร์มักถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงและทำให้องค์กรขาดความระมัดระวัง

สำหรับกลุ่มมัลแวร์ยอดนิยม รายงานระบุว่า Clop ครองอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วนร้อยละ 14.42 ตามด้วย Qilin ที่ร้อยละ 12.34 ขณะที่กลุ่มน้องใหม่อย่าง “The Gentlemen” กลับเติบโตอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่กลางปี 2025 ด้วยกลยุทธ์การโจมตีที่แปลกใหม่ ซับซ้อน และการร่วมมือกับเครือข่ายเข้าถึงระบบเพื่อเจาะองค์กรได้อย่างแนบเนียน

เฟดอร์ ซินิตซิน ผู้เชี่ยวชาญจากแคสเปอร์สกี้ เตือนว่าการสำรองข้อมูลเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอรับมือภัยคุกคามยุคนี้ เนื่องจากผู้โจมตีมักใช้กลยุทธ์การขู่กรรโขกสองชั้น ทั้งการเข้ารหัสไฟล์และขู่เปิดเผยข้อมูลลับ ทำให้ธุรกิจจำเป็นต้องยกระดับความปลอดภัยด้วยระบบป้องกันทางไซเบอร์แบบหลายชั้น

เอเดรียน เฮีย ผู้บริหารแคสเปอร์สกี้ เสริมว่าธุรกิจ SMB มักขาดแคลนทรัพยากรในการดูแลความปลอดภัยอย่างครอบคลุม และยังตกเป็นเป้าหมายเพื่อใช้เป็นช่องทางเข้าสู่ซัพพลายเชนที่ใหญ่ขึ้น องค์กรจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งลงทุนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างยั่งยืนและเหมาะสมกับทรัพยากรของตนเอง