หน้าแรก Data Center IBM เสริมทัพกลุ่มผลิตภัณฑ์ Power เปิดตัว “Power S1112” พร้อมส่งระบบ AI ช่วยดูแลเซิร์ฟเวอร์อัตโนมัติ

IBM เสริมทัพกลุ่มผลิตภัณฑ์ Power เปิดตัว “Power S1112” พร้อมส่งระบบ AI ช่วยดูแลเซิร์ฟเวอร์อัตโนมัติ

IBM เดินหน้ายกระดับตระกูลเซิร์ฟเวอร์ตระกูล Power ครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ Edge รุ่นใหม่อย่าง IBM Power S1112 พร้อมส่งเทคโนโลยี IBM Power Autonomous Operations ซึ่งเป็น AI agent อัจฉริยะเข้ามาร่วมทัพ โดยระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาของระบบได้อย่างคุ้มค่าและรวดเร็วโดยอัตโนมัติ ช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด ควบคู่กับการอัปเกรดซอฟต์แวร์เพื่อเสริมความสามารถในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

แบรนดอน พีเดอร์สัน ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์อาวุโสของ IBM i เผยว่า การอัปเดตครั้งนี้ครอบคลุมโครงสร้างเทคโนโลยีระดับองค์กรอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การวางระบบ การพัฒนา ไปจนถึงการปรับปรุงแอปพลิเคชันให้ทันสมัย ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางของ IBM Power ที่มุ่งเปลี่ยนผ่านจากการดูแลระบบด้วยมือ ไปสู่การใช้ระบบอัจฉริยะที่มี AI เป็นผู้ช่วย เพื่อสร้างรากฐานที่ยืดหยุ่น ปรับแต่งง่าย และพร้อมรองรับภาระงานรูปแบบใหม่ในอนาคตได้อย่างเต็มกำลัง

สำหรับ IBM Power S1112 ถือเป็นเซิร์ฟเวอร์ระดับเริ่มต้นแบบ 1 ซ็อกเก็ตบนสถาปัตยกรรม Power11 รุ่นล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับระบบปฏิบัติการ IBM i, AIX และ Linux สำหรับการใช้งานในพื้นที่ Edge หรือหน่วยงานย่อยโดยเฉพาะ จุดเด่นสำคัญคือการออกแบบให้พร้อมสำหรับงาน AI ด้วยการใส่ชิปเร่งความเร็ว Matrix Math Acceleration (MMA) เข้าไปในตัว ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูล ประมวลผลผลลัพธ์ และตัดสินใจแบบอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็ว ณ จุดที่เกิดข้อมูลนั้นทันที

ด้านสเปกของตัวเครื่อง IBM ได้ออกแบบมาให้เลือกใช้งาน 2 รูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับขนาดองค์กร ได้แก่ รุ่น 10-core ความเร็ว 3.05 ถึง 4.0 GHz สำหรับติดตั้งในแร็กเท่านั้น และรุ่น 4-core ความเร็ว 3.60 ถึง 4.0 GHz ที่มีให้เลือกทั้งแบบแร็กและทาวเวอร์ นับเป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมและตอบโจทย์การทำงานที่หลากหลายของภาคธุรกิจได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการประสิทธิภาพสูงในขนาดที่กะทัดรัด

นอกจากนี้ Power S1112 ยังสร้างความได้เปรียบให้กลุ่มผู้ใช้ IBM i ระดับ P05 อย่างมาก เนื่องจากช่วยให้สามารถรันพาร์ทิชันเดิมได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการแบ่งทรัพยากรส่วนที่เหลือบนเซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวกันไปใช้รัน Linux, AIX หรือภาระงาน AI อื่นๆ ได้ทันที การรวมภาระงานไว้ในจุดเดียวนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากร แต่ยังช่วยใหต้องค์กรยกระดับระบบสู่ความทันสมัยได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อแพลตฟอร์มขนาดใหญ่เกินความจำเป็น

ที่มา : NW