หน้าแรก Networking & Wireless Access Point Belden ปิดดีลประวัติศาสตร์ 6 หมื่นล้านบาท ควบรวม Ruckus Networks มั่นใจสร้างโซลูชันที่ไม่มีใครเทียบ

Belden ปิดดีลประวัติศาสตร์ 6 หมื่นล้านบาท ควบรวม Ruckus Networks มั่นใจสร้างโซลูชันที่ไม่มีใครเทียบ

การประกาศเข้าซื้อกิจการ Ruckus Networks โดย Belden  ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.846 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6 หมื่นล้านบาท) กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการไอทีระดับโลกอีกครั้ง ถือเป็นก้าวสำคัญของ Belden ในการขยายพอร์ตโฟลิโอจากโครงสร้างพื้นฐานแบบ Passive ไปสู่เทคโนโลยี Active ที่ล้ำสมัย อย่างไรก็ตาม ดีลนี้ยังสะท้อนถึงการเดินทางอันโชกโชนของ Ruckus แบรนด์อุปกรณ์ Wi-Fi ระดับองค์กรที่ผ่านการเปลี่ยนมือเจ้าของมามากกว่าแพลตฟอร์มบริหารจัดการเครือข่ายบางแบรนด์เสียด้วยซ้ำในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

หากย้อนรอยเส้นทางของ Ruckus จะพบว่าเริ่มก่อตั้งในปี 2004 ก่อนจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2012 และถูก Brocade ซื้อไปในปี 2016 ต่อด้วย Arris ในปีถัดมา จนกระทั่งมาอยู่ภายใต้ชายคา CommScope ในปี 2019 ซึ่งล่าสุด CommScope ได้รีแบรนด์ส่วนธุรกิจที่เหลือเป็น Vistance Networks เมื่อต้นปี 2026 ที่ผ่านมานี้เอง แต่เพียงไม่ถึง 4 เดือน Ruckus ก็ต้องโยกย้ายบ้านใหม่อีกครั้งสู่ Belden ซึ่ง Ashish Chand ซีอีโอของ Belden มั่นใจว่าการรวมตัวครั้งนี้จะสร้างโซลูชันเครือข่ายที่ไม่มีคู่แข่งรายใดทัดเทียมได้ ตั้งแต่ระดับ Industrial Edge ไปจนถึง Enterprise Campus

ในแง่ของศักยภาพ Ruckus ไม่ได้มีดีแค่ชื่อเสียง แต่มีฐานลูกค้ากว่า 48,000 รายทั่วโลกในกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล การศึกษา และการผลิต โดยมีหัวใจหลักคือเทคโนโลยี Wi-Fi 7 ที่รองรับการใช้งานหนาแน่นสูง รวมถึงสวิตช์ตระกูล ICX ที่มีประวัติยาวนาน และแพลตฟอร์ม Ruckus One สำหรับบริหารจัดการเครือข่ายผ่านคลาวด์ ซึ่งสำหรับ Vistance Networks แล้ว การขายครั้งนี้เปรียบเสมือนการปรับกลยุทธ์เพื่อแยกธุรกิจที่เหลือออกจากกันอย่างเด็ดขาด โดยมองว่า Belden เป็นผู้ซื้อที่เหมาะสมที่สุดในการต่อยอดนวัตกรรมของ Ruckus ต่อไป

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Belden ยอมทุ่มทุนมหาศาล คือการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป เดิมที Belden เชี่ยวชาญด้านสายสัญญาณ คอนเนคเตอร์ และอุปกรณ์เครือข่ายภาคอุตสาหกรรม (OT) แต่ยังขาดโซลูชัน Wi-Fi และ Switching สำหรับองค์กรระดับ Enterprise ซีอีโอของ Belden ย้ำชัดว่านี่ไม่ใช่การซื้อกิจการที่ทับซ้อนกัน แต่เป็น “การเติมเต็มภาพจิกซอว์ให้สมบูรณ์” เพื่อให้บริษัทสามารถนำเสนอโซลูชันแบบ End-to-End ได้อย่างแท้จริง

ท่ามกลางข้อสงสัยจากนักวิเคราะห์ว่าเหตุใดดีลนี้จึงจะประสบความสำเร็จ ในเมื่ออดีตเจ้าของอย่าง CommScope ที่มีธุรกิจสายสัญญาณคล้ายกันกลับไม่สามารถทำได้ Chand ได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของ “จังหวะเวลา” โดยระบุว่าในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ตลาดเกิดการหลอมรวม (Convergence) ของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ลูกค้าต้องการเครือข่ายที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อรองรับระบบอัตโนมัติ และการเปลี่ยนผ่านสู่ Wi-Fi 7 ก็ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นของระบบเครือข่ายที่ต้องมีความแม่นยำสูง

ที่มา : NW