Lenovo ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีประกาศความสำเร็จในการปิดดีลเข้าซื้อกิจการ Infinidat ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดเก็บข้อมูล (Enterprise Storage) ประสิทธิภาพสูงจากประเทศอิสราเอล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Lenovo ในการขยายขอบเขตผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมา แม้ Lenovo จะเป็นผู้นำในตลาดพีซีและเซิร์ฟเวอร์สำหรับลูกค้าทุกระดับ แต่ในส่วนของเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลนั้น ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมักเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) เป็นหลัก ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างศักยภาพของเซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กรกับระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่เดิม การได้ Infinidat เข้ามาเสริมทัพจึงเป็นการเติมเต็มฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ Lenovo สามารถนำเสนอโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบครบวงจรเทียบเท่ากับคู่แข่งรายอื่นในตลาด
Infinidat ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลชั้นนำ โดยระดมทุนจากนักลงทุนยักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs และ TPG มาได้มากกว่า 370 ล้านดอลลาร์ และเคยได้รับความเชื่อมั่นจนมูลค่าบริษัทพุ่งสูงถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2017 แม้ว่าในครั้งนี้จะไม่มีการเปิดเผยมูลค่าการซื้อขายอย่างเป็นทางการ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นก้าวที่คุ้มค่าสำหรับแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของ Lenovo
ในถ้อยแถลงบนเว็บไซต์ของบริษัท Lenovo ระบุว่าการรวมกิจการกับ Infinidat ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับตำแหน่งทางการตลาดในกลุ่ม Enterprise Storage เท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่มีความยืดหยุ่นสูงและมีความฉลาดล้ำสมัย โดยเน้นย้ำถึงความพร้อมในการรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI-ready) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล
การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของ Lenovo ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ทั่วไป สู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลระดับโลกที่ทรงพลัง พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าองค์กรอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
ที่มา : CRN









































