หน้าแรก Security Hacker CISA ยกระดับเตือนภัยไซเบอร์ขั้นสูง หลังพบเหตุโจมตีระบบประปาและบำบัดน้ำเสียเพิ่มขึ้น

CISA ยกระดับเตือนภัยไซเบอร์ขั้นสูง หลังพบเหตุโจมตีระบบประปาและบำบัดน้ำเสียเพิ่มขึ้น

สำนักงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานแห่งสหรัฐฯ (CISA) ออกประกาศเตือนภัยด่วน หลังพบการโจมตีไซเบอร์ที่พุ่งเป้าไปยัง ชุดควบคุมแบบโปรแกรมได้ (PLC) ในระบบประปาและบำบัดน้ำเสียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คำเตือนนี้มีขึ้นหลังจากแฮกเกอร์ป่วนระบบประปาชุมชนในรัฐมินนิโซตากว่า 30 แห่งอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้เจาะผ่านอุปกรณ์ที่เปิดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสาธารณะ จากนั้นแอบเปลี่ยนรหัสผ่านเพื่อล็อกไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าใช้งาน เปลี่ยนหมายเลข IP เพื่อตัดการเชื่อมต่อ ตลอดจนก่อกวนกระบวนการทำงานจนส่งผลกระทบต่อการจ่ายน้ำในพื้นที่

ภัยคุกคามในครั้งนี้ครอบคลุมองค์กรทุกขนาด แม้กระทั่งหน่วยงานที่มีระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ระดับสูงก็ตกเป็นเป้าหมายด้วยเช่นกัน CISA ระบุว่าหนึ่งในช่องโหว่สำคัญเกิดจากการเปิดทิ้งไว้ของ เทคโนโลยีปฏิบัติการ (Operational Technology หรือ OT) เช่น โมเด็มเซลลูลาร์ที่ไม่มีการลงบันทึกข้อมูล ซึ่งถูกติดตั้งไว้โดยผู้ดูแลระบบหรือผู้ให้บริการภายนอก การปล่อยให้สินทรัพย์เหล่านี้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง ไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงและแก้ไขค่าการทำงาน แต่ยังอาจรุนแรงถึงขั้นสร้างความเสียหายทางกายภาพต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานได้

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว CISA จึงขอความร่วมมือให้ผู้ดูแลระบบเร่งถอดอุปกรณ์ PLC และระบบ OT ทั้งหมดออกจากอินเทอร์เน็ตสาธารณะโดยเร็วที่สุด หากมีความจำเป็นต้องเข้าถึงจากระยะไกล ควรเปลี่ยนมาใช้การเชื่อมต่อผ่าน VPN หรืออุปกรณ์เกตเวย์ที่มีความคุ้มกันสูง พร้อมทั้งกำชับให้เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้น (Default Password) และจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเฉพาะหมายเลข IP ที่ได้รับอนุญาต (Allow-list) เท่านั้น นอกจากนี้ยังแนะนำให้ผู้ใช้ Rockwell Automation MicroLogix 1400 PLC ศึกษานโยบายจากผู้ผลิตเพื่อทำการกู้คืนระบบหากถูกเปลี่ยนรหัสผ่านไปแล้ว

สถานการณ์ดังกล่าวยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจาก Censys บริษัทค้นหาข้อมูลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ได้ประเมินว่า ปัจจุบันยังมีโฮสต์ของอุปกรณ์อุตสาหกรรมยอดนิยมที่เปิดเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยไร้การป้องกันอีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Rockwell Automation/Allen-Bradley และ Siemens ที่มีมากกว่าแบรนด์ละ 4,100 เครื่อง รวมถึง Schneider Electric อีกกว่า 2,000 เครื่องทั่วโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากยังคงตกอยู่ในความเสี่ยงและพร้อมถูกโจมตีได้ทุกเมื่อ