การโหมลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมารุกรานความมั่นคงในอาชีพของคนทำงานในอุตสาหกรรมเทคอย่างหนัก แม้บริษัทระดับโลกหลายแห่งจะสามารถทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2026 ก็ตาม แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Salesforce ก็ได้สั่งลดแผนกบริการซัพพอร์ตลงเกือบครึ่งหนึ่ง พร้อมทั้งปรับลดตำแหน่งงานเพิ่มเติมจากการยกเครื่องโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยมีเหตุผลสนับสนุนยอดฮิตเหมือนกันทุกครั้งว่า ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยี AI เข้ามาทดแทนจนทำให้ตำแหน่งงานเดิมหมดความจำเป็นไปโดยสิ้นเชิง
ล่าสุดทาง Oracle ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลก็กำลังเดินหน้าตามแนวทางนี้อย่างเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม โดยมีรายงานจากเอกสารภายในว่าบริษัทกำลังเตรียมแผนปลดพนักงานระลอกใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งบรรดาผู้จัดการได้รับคำสั่งให้เร่งจัดทำรายชื่อพนักงานที่จะถูกเลิกจ้างเพื่อลดค่าใช้จ่ายเงินเดือนก่อนเริ่มไตรมาสที่ 2 ตามปีงบประมาณในวันที่ 1 กันยายน และในบางแผนกอาจได้รับผลกระทบสูงถึงระดับสองหลักหรือมากกว่า 10% เลยทีเดียว แม้ตัวแทนของบริษัทจะยังคงปฏิเสธที่จะออกความคิดเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ตาม
วิกฤตการปรับลดองค์กรครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของ Oracle เพราะในปีงบประมาณที่ผ่านมา บริษัทได้สั่งเลิกจ้างพนักงานไปแล้วกว่า 21,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 13% ของกำลังคนทั้งหมด จนส่งผลให้ยอดพนักงานรวมลดลงเหลือราว 141,000 คน และทำให้บริษัทต้องจ่ายค่าชดเชยการจ้างออกพุ่งสูงถึง 1.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่น่าสนใจคือ Oracle ได้ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลอย่างตรงไปตรงมาว่า การนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ในระบบทำงาน ถือเป็นปัจจัยหลักสำคัญเบื้องหลังการตัดสินใจปรับลดจำนวนแรงงานครั้งนี้
แรงกดดันที่ทำให้บริษัทต้องเร่งลดต้นทุนด้านบุคลากรอย่างหนัก ไม่ได้มาจากผลประกอบการที่ตกต่ำ เนื่องจากรายได้ของ Oracle ยังคงเติบโตสูงถึง 17% แต่เกิดจากภาระค่าใช้จ่ายในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่สูงลิ่วเกินควบคุม โดยในรอบปีที่ผ่านมาบริษัททุ่มงบไปกับโครงสร้างพื้นฐานมากถึง 5.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกินกว่ากระแสเงินสดหมุนเวียนที่บริษัทหามาได้จริงถึง 2.37 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดสภาวะทางการเงินที่ตึงตัว และต้องแบกรับภาระรายจ่ายมหาศาลเพื่อไล่ตามการแข่งขันในตลาดให้ทัน
เพื่ออุดรอยรั่วทางการเงินที่เกิดขึ้น Oracle จำเป็นต้องระดมทุนผ่านการสร้างหนี้สินและออกหุ้นใหม่รวมกันเกือบ 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแผนที่จะระดมทุนเพิ่มอีกราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณปัจจุบัน ตัวเลขเศรษฐกิจเหล่านี้ช่วยอธิบายภาพได้อย่างชัดเจนว่า เหตุใดการลงทุนในเทคโนโลยีและการลดจำนวนพนักงานจึงสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง การเลิกจ้างแรงงานมนุษย์จึงกลายเป็นเพียงไม่กี่เครื่องมือที่บริษัทสามารถดึงมาใช้ลดต้นทุนได้ทันที เพื่อนำเงินไปชดเชยค่าก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
ที่มา : TheStreet









































