Oracle ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีคลาวด์และฐานข้อมูลจากออสติน รัฐเท็กซัส เริ่มดำเนินการเลิกจ้างพนักงานระลอกใหญ่ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายผลิตภัณฑ์ แผนก และสาขาทั่วโลก การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนทิศทางองค์กร เพื่อทุ่มทรัพยากรไปกับการคว้าโอกาสในตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเป้าหมายในการเพิ่มอัตรากำไรจากกลุ่มธุรกิจ AI ให้สูงขึ้น
จากรายงานของสำนักข่าวเทคโนโลยีและข้อมูลจากธนาคารเพื่อการลงทุน TD Cowen คาดการณ์ว่าจำนวนพนักงานที่ถูกเลิกจ้างในครั้งนี้อาจสูงถึง 30,000 ตำแหน่ง ซึ่งหากตัวเลขดังกล่าวเป็นจริง จะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 19% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 162,000 คน (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2025) โดยกระแสการปลดพนักงานนี้ถูกตอกย้ำด้วยความเคลื่อนไหวบนสื่อสังคมออนไลน์อย่าง LinkedIn ที่อดีตพนักงานจำนวนมากเริ่มออกมาโพสต์ถึงการสิ้นสุดสถานะการทำงาน
กลุ่มตำแหน่งงานที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้มีความหลากหลายอย่างมาก ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับบริหาร โดยครอบคลุมทั้งวิศวกรซอฟต์แวร์, ผู้จัดการ, ผู้อำนวยการ รวมถึงสายงานเฉพาะทางในด้านความปลอดภัยไซเบอร์ และฝ่ายขาย นอกจากนี้ แผนกสำคัญอย่าง NetSuite ซึ่งเป็นธุรกิจซอฟต์แวร์บริหารจัดการองค์กรในเครือ Oracle ก็ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมบิ๊กเทคในปัจจุบัน ที่ยอมปรับลดขนาดองค์กรเดิมเพื่อสร้างความคล่องตัวและเตรียมความพร้อมในการแข่งขันบนสมรภูมิ AI แม้ว่า Oracle จะยังคงเป็นผู้นำในด้านฐานข้อมูล แต่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างกำลังคนขนานใหญ่ครั้งนี้คือสัญญาณชัดเจนว่า บริษัทกำลังวางเดิมพันครั้งใหม่โดยมีเทคโนโลยี AI เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนกำไรและการเติบโตในอนาคต
ที่มา : CRN





































