Microsoft แจ้งเตือนผู้ดูแลระบบ IT ให้เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เนื่องจาก Windows Server 2022 กำลังจะสิ้นสุดระยะเวลาการสนับสนุนหลัก ในวันที่ 13 ตุลาคม 2026 โดยการอัปเดตความปลอดภัยในเดือนดังกล่าวจะเป็นรอบสุดท้ายของการสนับสนุนหลัก ก่อนที่จะปรับเข้าสู่ช่วงการสนับสนุนแบบขยายเวลา ซึ่งองค์กรยังคงได้รับอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2031
เพื่อให้การทำงานขององค์กรเป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยสูงสุด Microsoft แนะนำให้วางแผนอัปเกรดไปใช้ Windows Server 2025 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุดในรูปแบบ Long-Term Servicing Channel (LTSC) โดยเวอร์ชันใหม่นี้จะได้รับการสนับสนุนหลักยาวไปจนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2029 และสนับสนุนแบบขยายเวลาต่อจนถึงปี 2034 ทั้งนี้องค์กรสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลอง 180 วันจาก Microsoft Evaluation Center มาทดสอบก่อนติดตั้งจริงได้
นอกจาก Windows Server แล้ว Microsoft ยังแจ้งเตือนระยะเวลาการใช้งานของผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มเติม โดย Windows 11 เวอร์ชัน 23H2 สำหรับรุ่น Enterprise และ Education จะสิ้นสุดการอัปเดตในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2026 พร้อมแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการปลายทางรุ่นล่าสุด เพื่อความปลอดภัยที่ทันสมัยและครอบคลุมยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน Microsoft ยังมีมาตรการยืดหยุ่นเพิ่มเติมเพื่อช่วยบรรเทาภาระขององค์กรและผู้ใช้งาน โดยขยายเวลาการให้บริการ Hotpatching สำหรับ Windows Server 2022 (รุ่น Datacenter: Azure Edition) ออกไปจนถึงเดือนตุลาคม 2027 พร้อมทั้งขยายโครงการอัปเดตความปลอดภัยแบบขยายเวลา (ESU) ฟรีสำหรับผู้ใช้งาน Windows 10 ทั่วไปเพิ่มให้อีก 1 ปีเต็ม
สำหรับการเตรียมตัวในระยะยาว ผู้ดูแลระบบและองค์กรต่างๆ สามารถตรวจสอบรายละเอียดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ได้ผ่านทางหน้าเว็บ Windows Lifecycle FAQ หรือเครื่องมือค้นหา Lifecycle Policy ของ Microsoft เพื่อประเมินแนวทาง อัปเกรดระบบล่วงหน้า และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา : BPC









































