หน้าแรก Cloud ประโยชน์และข้อดี 5 ประการของการใช้ระบบ Remote IT Support

ประโยชน์และข้อดี 5 ประการของการใช้ระบบ Remote IT Support

1963
แบ่งปัน
การนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์นั้นสำคัญมากกับการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะการสรรหาสารพัดเครื่องมือด้านไอทีในการเชื่อมต่อกับลูกค้า และรักษาความเสถียร รวมทั้งความสามารถในการให้บริการ
แต่จากผลการสำรวจพบว่า มีธุรกิจขนาดเล็กมากถึง 28 เปอร์เซ็นต์ในสหรัฐฯ ที่ไม่ได้จัดจ้างหรือใช้บริการฝ่ายซัพพอร์ทด้านไอทีแบบมืออาชีพ ซึ่งการพยายามแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์หรือเน็ตเวิร์กที่ซับซ้อนโดยขาดประสบการณ์ระดับมืออาชีพนั้นก็มักทำให้ปัญหาแย่ลงมากกว่าจะดีขึ้น

แต่ก็มีหลายบริษัทที่เลือกใช้ซอฟต์แวร์รีโมทเพื่อใช้บริการซัพพอร์ทเนื่องจากสะดวกและมีประโยชน์หลากหลาย ซึ่งถ้านำมาใช้อย่างเหมาะสมแล้ว ก็เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีสามารถเข้ามาแก้ปัญหาไอทีเบื้องต้นได้ด้วย ซึ่งประโยชน์จากการใช้บริการการซัพพอร์ทแบบรีโมทจากระยะไกลมีอยู่ 5 ประการดังต่อไปนี้

1. เร่งความเร็วในการแก้ปัญหา

ปัญหาไอทีที่ร้ายแรงอย่างเน็ตล่มหรือคอมพิวเตอร์ติดไวรัสนั้นอาจทำให้ความสามารถในการทำรายได้ของบริษัทลดฮวบลงทันที ดังนั้นการแก้ไขปัญหาด้านไอทีเบื้องต้นอย่างเหมาะสมในเวลาอันรวดเร็วจึงสำคัญมาก โซลูชั่นรีโมทซัพพอร์ตจึงเป็นทางเลือกที่ดีมากในการเร่งความเร็วของขั้นตอนการซ่อมบำรุง โดยเฉพาะเมื่อพนักงานสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ซัพพอร์ทด้านไอทีในสาย ก็จะสามารถร่วมกันวินิจฉัยปัญหาได้แทบจะทันที จากความสามารถในการดูหน้าจอคอมพิวเตอร์เหมือนกับมุมมองที่พนักงานหน้างานจริงทำงานอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่ด้านไอทีสามารถหาวิธีแก้ปัญหาที่ครอบคลุมได้อย่างรวดเร็ว

2. ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังหน้างาน

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่มองการลดต้นทุนเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ แล้วละก็ ถึงแม้การจัดจ้างเจ้าหน้าที่หรือบริษัทที่ให้การซัพพอร์ทด้านไอทีจะมีค่าใช้จ่าย แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากเช่นกัน ช่องทางที่คุณสามารถลดค่าใช้จ่ายได้อย่างหนึ่งก็อาจจะเป็นการเลือกใช้โซลูชั่นซัพพอร์ททางเทคนิคแบบรีโมท ด้วยความสามารถในการเข้าถึงเครือข่ายและคอมพิวเตอร์ของบริษัทได้จากระยะไกล ทำให้เจ้าหน้าที่ด้านไอทีไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงหน้างานจริง ส่งผลให้สามารถบำรุงรักษาระบบให้ทำงานได้ต่อเนื่องร่วมกับการประหยัดต้นทุนได้ไปพร้อมกัน

3. ดึงระดับประสิทธิภาพในการทำงานกลับมาเป็นปกติได้

ซึ่งหนทางหนึ่งในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจก็คือการหาวิธีที่จะยกระดับความสามารถในการทำงานของตัวเอง ถ้าเกิดเครือข่ายหรือคอมพิวเตอร์ที่บริษัทใช้อยู่ทุกวันเกิดเสียขึ้นมา ก็ย่อมเป็นอุปสรรคในการทำงานขั้นร้ายแรงทั้งคุณและพนักงานของคุณด้วย ดังนั้น แทนที่จะเลือกยอมเสียเงินและสร้างความไม่พอใจแก่ลูกค้าอันเนื่องมาจากความบกพร่องของระบบทางเทคโนโลยีแล้ว ก็ควรพิจารณาเลือกใช้บริการรีโมทซัพพอร์ตมากกว่า ซึ่งค่าใช้จ่ายสำหรับโซลูชั่นไอทีลักษณะนี้ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดจากระบบเน็ตเวิร์กล่ม เป็นต้น

4. ทำให้สามารถให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจ

มากกว่าเสียเวลามานั่งแก้ไขปัญหาไอทีด้วยตัวเอง การสร้างธุรกิจขนาดเล็กด้วยตัวเองตั้งแต่แรกสุดไปจนถึงระดับที่ประสบความสำเร็จนั้นจะไม่ใช่งานที่ง่าย เจ้าของกิจการจำเป็นต้องทุ่มเทความสำคัญทั้งหมดไปกับการเติบโตและขยายธุรกิจ ดังนั้นการที่ต้องมานั่งคอยแก้ไขปัญหาไอทีบ่อยๆ ทุกๆ วัน ย่อมทำให้ไม่มีเวลาไปทำงานที่สำคัญกว่า ดังนั้น การมองหาผู้ให้บริการด้านไอทีที่สามารถซัพพอร์ทจากระยะไกลได้จึงมีความสำคัญมาก การฝากความรับผิดชอบของงานที่ซับซ้อนให้กับมืออาชีพที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้นจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจิปาถะที่อาจขัดขวางเป้าหมายใหญ่ขององค์กร

5. แผนการบำรุงรักษาเชิงรุกนั้นมีความสำคัญมาก

ด้วยความช่วยเหลือจากบริการซัพพอร์ทด้านไอที อาจทำให้คุณสามารถพบปัญหาด้านเครือข่ายตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก่อนลุกลามจนสร้างความเสียหายใหญ่หลวงได้ เช่น ถ้าพบว่าเครือข่ายตัวเองถูกเจาะระบบ ก็สามารถติดต่อฝ่ายรีโมทซัพพอร์ตให้เข้ามาช่วยจัดการได้ทันที จนสามารถสกัดกั้นการโจมตีของแฮ็กเกอร์และปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงเครือข่ายขององค์กรได้อีก ทำให้คุณสามารถรักษาความปลอดภัยทั้งตัวระบบเครือข่ายเองและข้อมูลสำคัญภายในไม่ให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของอาชญากรไซเบอร์

อย่างไรก็ดี แนะนำให้ศึกษาเลือกเฟ้นผู้ให้บริการรีโมทซัพพอร์ทด้านไอทีในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจจัดจ้าง โดยจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเลือกบริษัทด้านไอทีที่มีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ เพื่อรับประกันว่าเครือข่ายและระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กรจะสามารถทำงานได้เป็นปกติ และให้บริการลูกค้าได้อย่างมีเสถียรภาพ

ที่มา : Technotification

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here