หน้าแรก Networking & Wireless Fiber Optic เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการทดสอบสายไฟเบอร์ (Fiber Testing)

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการทดสอบสายไฟเบอร์ (Fiber Testing)

แบ่งปัน


สายไฟเบอร์ถือเป็นแกนหลักของเครือข่ายสื่อสารข้อมูลในปัจจุบัน โดยสายใยแก้วนำแสงนี้ได้กลายเป็นสื่อประเภทหลักที่ใช้กับลิงก์ในดาต้าเซ็นเตอร์ที่สำคัญ, ลิงก์แกนหลักภายในอาคาร, ไปจนถึงลิงก์ระยะไกลขึ้นที่โยงระหว่างอาคารหรือเขตทำการ

ยิ่งมีความต้องการด้านความเร็วและแบนด์วิธบนเครือข่ายมากขึ้นเท่าไร ระยะทางที่ลากได้รวมทั้งค่าขีดจำกัดการสูญเสียสัญญาณที่ยอมรับได้ก็ยิ่งน้อยลง ทำให้การทดสอบเทียบมาตรฐานสายไฟเบอร์ยิ่งมีความสำคัญมากกว่าแต่ก่อน

การตรวจสายไฟเบอร์หาการสูญเสียของแสง
หลายสิบปีมาแล้วที่มีการตรวจสอบและทำความสะอาดสายไฟเบอร์เพื่อให้มั่นใจได้ว่ายังยิงส่งลำแสงผ่านได้ตามที่ควรจะเป็น แม้เรื่องของการทดสอบสายใยแก้วนำแสงและทำความสะอาดหัวต่อสายไฟเบอร์จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็นับว่ามีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการที่เราหันมาใช้อัตราการส่งข้อมูลสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งมีขีดจำกัดการสูญเสียที่ยอมรับได้ต่ำลงๆ ยิ่งเรายอมรับการสูญเสียพลังงานแสงโดยรวมได้น้อยลงเท่าใด ก็ยิ่งต้องควบคุมค่าการลดแทนแสง (Attenuation) ผ่านอแดปเตอร์ให้น้อยลงกว่าเดิม เราสามารถควบคุมได้ด้วยการตรวจสอบและทำความสะอาดสายเคเบิลอย่างเหมาะสมเมื่อมีการติดตั้ง หรือเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลง

มีปัญหาสองแบบที่ทำให้เกิดความสูญเสียระหว่างที่แสงส่งออกมาจากหน้าตัดสายด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งผ่านอแดปเตอร์ ได้แก่ การปนเปื้อน และการเสียหาย

ฝุ่น ไขมัน และเจลที่ปิดกั้นน้ำได้นั้นเป็นสิ่งปนเปื้อนบนหน้าตัดหัวต่อสายไฟเบอร์ที่พบได้บ่อย เพียงแค่จับหน้าตัดสายเปลือยก็เป็นการเอาน้ำมันจากผิวเราไปเปื้อนหน้าตัดสายได้แล้ว ถือเป็นสาเหตุทำให้เกิดการลดทอนสัญญาณแสงจนยอมรับไม่ได้เมื่อนำไปเชื่อมต่อ พวกฝุ่นและอนุภาคขนาดเล็กที่มีไฟฟ้าสถิตที่ล่องลอยอยู่ในอากาศก็สามารถลงมาเกาะแน่นบนพื้นผิวหน้าตัดที่เปิดโล่งได้ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีการก่อสร้างหรือปรับปรุงพื้นที่ หรือแม้แต่เวลาติดตั้งสายใหม่ พวกเจลบัฟเฟอร์ หรือเจลหล่อลื่นที่ใช้ตอนดึงสายก็สามารถไฟลไปซึมโดนหน้าตัดสายได้ง่ายๆ เช่นกัน

ส่วนความเสียหายของสายไฟเบอร์นั้น มีได้ตั้งแต่รอยขีดข่วน รอยบุบ แตก หรือรอยถาก ตำหนิบนผิวหน้าตัดสายนี้ทำให้เชื่อมต่อสายได้ไม่ดี หรือเกิดการปนเปื้อนระหว่างเข้าสายได้ การตัดสินใจเชื่อมสายทุกจุดเชื่อมต่อก่อนแล้วมาตรวจสอบทีหลังนั้นถือเป็นแนวทางที่เสี่ยงมากเนื่องจากการเชื่อมสายทั้งๆ ที่มีสิ่งสกปรกจะเป็นการสร้างความเสียหายอย่างถาวร ที่อาจนำไปสู่การต้องทำงานซ้ำที่เสียทั้งเงินและเวลา หรือแม้แต่การเปลี่ยนลิงก์แบบยกสายเลยก็ได้

ช่วงวันแรกๆ ที่ติดตั้งสายไฟเบอร์นั้น เราจะใช้กล้องจุลทรรศน์แบบสเตอริโอชั้นสูงในการตรวจสอบหน้าตัดสายไฟเบอร์อย่างละเอียด หลังจากนั้นเราจะใช้กล้องที่พกพาได้ ขนาดเล็กกว่าที่ออกแบบมาสำหรับการตรวจสายไฟเบอร์ได้สะดวกขึ้น ซึ่งกล้องจุลทรรศน์นี้แบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ กล้องแบบมองด้วยตาโดยตรง (Optical) และกล้องแบบวิดีโอ ซึ่งกล้องแบบมองโดยตรงจะประกอบด้วยเลนส์ใกล้วัตถุและเลนส์ใกล้ตาที่ทำให้มองเห็นพื้นผิวหน้าตัดจากตัวกล้องได้โดยตรง ขณะที่กล้องแบบวิดีโอจะประกอบด้วยหัวส่องตรวจและหน้าจอสำหรับแสดงภาพที่ได้จากหัวตรวจ ซึ่งหัวตรวจหรือ Probe นี้ถูกออกแบบให้เล็กมากจนสามารถเอาเข้าไปส่องในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ยาก หน้าจอแสดงภาพก็สามารถขยายภาพให้เห็นการปนเปื้อนหรือความเสียหายได้ง่ายขึ้น ซึ่งการที่เราเห็นภาพหน้าตัดสายผ่านหน้าจอแสดงผลแทนการมองสายตรงๆ นั้น หัวตรวจจะเป็นตัวช่วยลดโอกาสที่แสงเลเซอร์ที่เป็นอันตรายวิ่งเข้าดวงตาโดยตรงได้ ซึ่งทาง Fluke Networks เองก็มีกล้องส่องสายไฟเบอร์หลากหลายแบบตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงแบบมืออาชีพให้เลือก

การทำความสะอาดสายไฟเบอร์
เนื่องจากการทำความสะอาดหน้าตัดสายใยแก้วนำแสงเป็นวิธีบำรุงรักษาที่ปฏิบัติกันมาช้านานแล้ว ทำให้แต่ละคนก็มักมีวิธีที่สะดวกเป็นของตนเอง โดยเฉพาะวิธีที่ไม่เหมาะสมหรือด้อยคุณภาพ ตัวอย่างเช่น การเป่าสายไฟเบอร์โดยลมเป่าบรรจุกระป๋อง หรือใช้สารทำความสะอาดที่ไม่เหมาะอย่างไอโซโพรพิลแอลกอฮอล (IPA) เราควรใช้สารทำความสะอาดที่ออกแบบมาสำหรับสายไฟเบอร์โดยเฉพาะ ที่สามารถละลายสิ่งปนเปื้อนบนหน้าตัดสายได้เกือบทุกประเภท และมีอัตราระเหยที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีเวลาทำปฏิกิริยาได้อย่างสมบูรณ์ และระเหยออกอย่างหมดจดก่อนเชื่อมสาย และแม้เราสามารถใช้อุปกรณ์พื้นฐานอย่างผ้าเช็ดและไม้สวอบในการทำความสะอาดแผงสายและรูพอร์ตได้ตามลำดับ ก็มีชุดทำความสะอาดสายไฟเบอร์สำเร็จรูปจำหน่ายที่มีทั้งสารตัวทำละลายและอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ปลอดภัย ครบวงจรให้ใช้ทำความสะอาดหน้าตัดสายได้อย่างแม่นยำ