หน้าแรก Home feature 4 คำสั่งพื้นฐานน่ารู้ สำหรับแก้ปัญหา VLAN

4 คำสั่งพื้นฐานน่ารู้ สำหรับแก้ปัญหา VLAN

7528

การแก้ปัญหาเกี่ยวกับ VLAN และ Trunk ถือเป็นเรื่องยุ่งยากพอสมควรแม้กับแอดมินที่มีประสบการณ์ แม้ VLAN จะมีประโยชน์ในการจัดการกลุ่มอุปกรณ์เครือข่ายเพื่อจัดทิศทางทราฟิกให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่การตั้งค่าที่ผิดพลาด หรือมองข้ามรายละเอียดบางอย่างที่สำคัญอาจทำให้แอดมินเสียเวลาหลายชั่วโมงในการคลำหาวิธีแก้ไขได้

ทาง NetworkComputing.com จึงได้รวบรวมคำสั่งยอดนิยมบนระบบปฏิบัติการแบบคอมมานด์ไลน์บนสวิตช์สำหรับแก้ปัญหาเกี่ยวกับ VLAN ทั่วไปไว้ดังนี้

1. show vlan

เป็นคำสั่งเริ่มแรกเวลาอยากดูข้อมูลหรือต้นตอปัญหาเกี่ยวกับวีแลน ซึ่งจะแสดงเลขพอร์ตกายภาพบนสวิตช์ที่ถูกจัดเข้าแต่ละวีแลน รวมทั้งสถานะว่า active อยู่หรือไม่

2. show interfaces vlan (#)

เมื่อต้องการดูสาเหตุว่าทำไมอุปกรณ์ที่อยู่ใน VLAN หนึ่งไม่สามารถสื่อสารกับอุปกรณ์อีกวีแลนหนึ่งผ่านสวิตช์เลเยอร์ 3 ได้นั้น ก็จำเป็นต้องตรวจสถานะของอินเทอร์เฟซบนสวิตช์แบบเวอร์ช่วลสำหรับวีแลนนั้นๆ หรือที่เรียกว่า Switch Virtual Interface (SVI) ซึ่งจำเป็นต้องตั้งค่าไอพีที่อินเทอร์เฟซจำลองของทั้งสองวีแลนให้เราท์หาข้ามเครือข่ายกันได้ ปกติสิ่งที่เราจะตรวจสอบจากคำสั่งนี้มีอยู่ 3 จุดคือ 1. มี SVI ตั้งค่าสำหรับ VLAN ที่ต้องการทั้งหมดไหม 2. SVI สถานะยัง up/up ไหม และ 3. SVI ตั้งค่าไอพีเกตเวย์และซับเน็ตถูกต้อง ตรงตามที่อุปกรณ์ในวีแลนที่เชื่อมต่ออยู่ตั้งค่าชี้มาไว้ไหม

3. show interfaces trunk

ถ้าตั้งค่า VLAN ให้ครอบคลุมไปยังสวิตช์ตัวอื่น ก็สามารถตั้งค่าทรังค์เพื่อเชื่อมต่อวีแลนระหว่างสวิตช์ได้ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แบ่งปันข้อมูลทุกวีแลน หรือเฉพาะบางวีแลนที่ต้องการได้ดังนั้นถ้ามีวีแลนไหนไม่สามารถสื่อสารระหว่างกันได้ คำสั่งที่ควรใช้ตรวจสอบควรเป็น show interface trunk ที่จะแสดงลิงค์ทรังค์ทั้งหมดที่ตั้งค่าไว้บนสวิตช์ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโหมดของทรังค์, สถานะ, รวมทั้งเลข Native VLANและที่สำคัญคือเลขวีแลนทั้งหมดที่อนุญาตให้วิ่งบนลิงค์ทรังค์ดังกล่าว

4. show run interface

สำหรับปัญหาที่เจอบนโทรศัพท์ซิสโก้ มักเกิดจากการตั้งค่า Voice VLAN ไม่เหมาะสม เนื่องจากโทรศัพท์ซิสโก้มีลักษณะพิเศษที่สามารถรวม 2 VLAN เข้าเป็นทรังค์เดียวบนพอร์ตกายภาพเดียวกันได้ โดยแบ่ง VLAN หนึ่งสำหรับทราฟิกวอยซ์ ส่วนอีก VLAN ไว้วิ่งข้อมูลพีซีทั่วไป และถ้าตั้งค่าให้โทรศัพท์รับที่อยู่ไอพีผ่าน DHCP ก็จำเป็นต้องตั้งค่าออพชั่นพิเศษของ DHCP ที่ชี้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ TFTP เพื่อโหลดไฟล์คอนฟิกของโทรศัพท์โดยเฉพาะด้วย ดังนั้นการใช้คำสั่ง show run interface ตามด้วยชื่อพอร์ตสวิตช์ที่ต้องการก็จะทราบข้อมูลการตั้งค่าเฉพาะส่วนของพอร์ตนั้นๆ โดยเฉพาะเลขวีแลนของทั้งแอคเซสและวอยซ์ที่ตั้งไว้เพื่อตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่

ที่มา : Networkcomputing

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here