หน้าแรก Networking & Wireless Fiber Optic บทความ : 5 เหตุผล ที่ว่าทำไมใช้สายแลนแบบ Ethernet ดีกว่าผ่าน Wi-Fi

บทความ : 5 เหตุผล ที่ว่าทำไมใช้สายแลนแบบ Ethernet ดีกว่าผ่าน Wi-Fi

แบ่งปัน

ตอนนี้เราอยู่ในยุคไร้สายกันหมดแล้ว ไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่น่ากลับไปใช้สายเหมือนเดิมเอง จนทำให้เหล่าผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ทั้งหลายเริ่มเอาพอร์ตสายแลนออกจากแล็ปท็อปเพื่อแข็งกันบางเฉียบมากที่สุด แถมมาตรฐาน Wi-Fi 6E ล่าสุดยังเร็วระดับหลายร้อยเมกะไบต์

แถมปีหน้าเราน่าจะได้เห็นชิปเซ็ตมาตรฐาน Wi-Fi 7 เป็นครั้งแรก ที่ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 40 กิกะบิตต่อวินาทีด้วย ทั้งหมดนี้ยิ่งทำให้การใช้สายเคเบิลแบบเดิมตกยุคไปเรื่อยๆ เพราะเทียบชั้นความสะดวกสบายเชื่อมต่อได้ทุกที่ของไวไฟไม่ได้

แต่จริงๆ ก็สายแลน ระบบอีเธอร์เน็ตก็มีประโยชน์หลายประการเหนือไวไฟ โดยเราได้รวบรวมเหตุผลที่อีเธอร์เน็ตยังชนะเลิศทั้งหมดอยู่ 5 ประการด้วยกัน โดยเฉพาะกับผู้ใช้ระดับองค์กรทั้งหลาย ดังต่อไปนี้

1. อีเธอร์เน็ตเรียบง่ายกว่า

ไม่มีอะไรมาชนะความง่ายของอีเธอร์เน็ตได้อยู่แล้ว แค่ลากสายเคเบิลจากรูสายแลนหนึ่งไปเสียบอีกรูหนึ่งก็เชื่อมต่อได้ทันที ยิ่งสมัยนี้ที่อินเทอร์เฟซทั้งสองฝั่งมีการคุยกันตั้งค่าความเร็ว ตั้งที่อยู่ไอพี การเราท์ติ้งไว้อัตโนมัติหรือถูกต้องเรียบร้อย

ขณะที่การตั้งค่าไวไฟ เป็นกระบวนการที่ยุ่งยาก ซับซ้อนกว่ามาก ตั้งแต่การพิจารณาพื้นที่ครอบคลุมสัญญาณว่าควรใช้เครือข่ายแบบ Mesh หรือตัวขยายสัญญาณ Wi-Fi Extender ทั่วไป แถมยังต้องดูการลากสายแลนไปยังอุปกรณ์กระจายสัญญาณด้วย

2. อีเธอร์เน็ตปลอดภัยกว่า

แม้โปรโตคอลความปลอดภัยแบบ WPA3 ล่าสุดแทบจะทำให้ใครบุกเข้ามาแฮ็กการเชื่อมต่อไวไฟไม่ได้ แต่ก็ยังมีช่องทางให้เข้าแทรกแซงทั้งจากการตั้งชื่อเครือข่ายซ้ำ การเล่นกับความแรงสัญญาณ รูปแบบของทราฟิกต่างๆ เป็นต้น

3. อีเธอร์เน็ตให้ความเร็วเหนือกว่า

แทบเป็นสัจนิรันดร์อยู่แล้วว่าเชื่อมต่อแบบใช้สายย่อมเร็วกว่าเสถียรกว่าเสมอ แม้เราเตอร์ไวไฟรุ่นใหม่จะให้ความเร็วสูงในระยะใกล้ๆ แต่พอคุณพกแล็ปท็อปไปห้องอื่น ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อก็อาจตกลงอย่างรวดเร็ว

ขณะที่กิกะบิตอีเธอร์เน็ตสามารถรักษาอัตรารับส่งข้อมูลได้ในระดับ 100 เมกะบิตต่อวินาที บนระยะทางไกลๆ ตลอดสายเคเบิล ได้ไกลถึง 100 เมตร ยิ่งมาตรฐานใหม่ๆ ก็ยิ่งส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ ด้วย แม้พอร์ตทั่วไปตอนนี้ใช้มาตรฐาน IEEE 802.3ab ที่รองรับระดับ GbE แต่รับส่งจริงอยู่แค่ 920Mbit/s แต่ก็ยังเยอะกว่าไวไฟ

ยิ่งการใช้งานระดับองค์กรในยุคนี้ที่ความเป็นจริงเรามักทำความเร็วได้แค่ 50% ของมาตรฐานที่รองรับ การใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างบิ๊กดาต้าก็ต้องการความเร็วระดับ 10GbE ขึ้นไปแล้ว ดาต้าเซ็นเตอร์ตอนนี้ก็รองรับตั้งแต่ 25GbE ไปถึง 400 Gbit/s ด้วยซ้ำ

4. อีเธอร์เน็ตเสถียรกว่า

ไวไฟให้ความสะดวกสำหรับผู้ที่เคลื่อนไหวไปมา อย่างพนักงานที่ไม่ได้นั่งโต๊ะ หรือต้องเดินทางไปมา ซึ่งตอบโจทย์ในยุคไฮบริดนี้มาก แต่เราก็มักเห็นการเชื่อมต่อไวไฟคุณภาพตกลงชั่วคราวบ้าง โดยเฉพาะถ้าตั้งค่าไม่เหมาะสม

5. อีเธอร์เน็ตให้ความหน่วงต่ำกว่า

สัญญาณวิ่งบนสายเคเบิลเร็วกว่าผ่านอากาศ อากาศก็มีโอกาสโดนรบกวนสัญญาณมากกว่าในสายเคเบิล ซึ่งบนเครือข่ายส่วนใหญ่ เรามักเห็นเวลา Ping สูงกว่าเมื่อปิงจากแล็ปท็อปผ่านไวไฟ ดังนั้นการเชื่อมต่อโดยใช้สายจะให้ความเสถียรมากกว่า เช่น การประชุมผ่านวิดีโอ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro