หน้าแรก Artificial Intelligence Intel เปิดตัว “Panther Lake” ชิปสถาปัตยกรรม 18A รุ่นแรก ชูจุดเด่นประหยัดพลังงาน

Intel เปิดตัว “Panther Lake” ชิปสถาปัตยกรรม 18A รุ่นแรก ชูจุดเด่นประหยัดพลังงาน

Intel ประกาศเปิดตัวซีพียูตระกูลใหม่ล่าสุด “Panther Lake” อย่างเป็นทางการ โดยจะวางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Intel Core Ultra Series 3 หลังจากที่เคยเผยรายละเอียดไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ชิปรุ่นนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทเนื่องจากเป็นชิปตัวแรกที่ผลิตด้วยกระบวนการ 18A (ระดับ 2 นาโนเมตร) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การยกระดับประสิทธิภาพด้านกราฟิกและ AI รวมถึงการใช้พลังงานที่คุ้มค่าสูงสุด

ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยสถาปัตยกรรมใหม่

หัวใจสำคัญของ Panther Lake คือการเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลงจาก 3 นาโนเมตร เป็น 2 นาโนเมตร พร้อมการนำทรานซิสเตอร์แบบ RibbonFET ที่มีความหนาแน่นสูงมาใช้ และนวัตกรรมการย้ายระบบจ่ายไฟไปไว้ด้านหลังเวเฟอร์ (Back-side power delivery)

Advertisement

ส่งผลให้ Intel สามารถเพิ่มความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ได้ถึง 30% โดยมีประสิทธิภาพต่อวัตต์เพิ่มขึ้น 10% สำหรับการทำงานคอร์เดียว (Single-threaded) และพุ่งสูงถึง 50% สำหรับการทำงานหลายคอร์ (Multithreaded) เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนอย่าง Lunar Lake และ Arrow Lake

โครงสร้างคอร์ 3 รูปแบบ เพื่อการจัดการพลังงาน

ชิป Core Ultra Series 3 จะมีให้เลือกทั้งแบบ 8 คอร์ และ 16 คอร์ โดยมีการจัดสรรคอร์ออกเป็น 3 ประเภทเพื่อการทำงานที่สอดประสานกัน:

  1. P-core (Performance): จำนวน 4 คอร์ สำหรับงานหนักที่ต้องการความเร็วสูงสุด
  2. LP E-core (Low-Power Efficiency): คอร์ประหยัดพลังงานพิเศษสำหรับงานพื้นฐานเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
  3. E-core (Efficiency): (มีเฉพาะในรุ่น 16 คอร์) เป็นคอร์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความเร็วและการประหยัดพลังงาน
ประสิทธิภาพการเล่นเกมและแบตเตอรี่ที่ยาวนาน

ในด้านการใช้งานจริง Intel ระบุว่ารุ่นเรือธงอย่าง Core Ultra X9 และ X7 จะมีประสิทธิภาพ Multithreaded ดีขึ้น 60% และเล่นเกมได้เร็วขึ้นถึง 77% โดยโน้ตบุ๊กรุ่นแรกๆ ที่จะวางจำหน่ายคือ Dell XPS 14 และ 16 ซึ่ง Dell เคลมว่าสามารถสตรีมวิดีโอ 1080p ได้นานต่อเนื่องกว่า 40 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊กจนถึงอุตสาหกรรม

Intel เตรียมส่งรุ่นย่อยลงตลาดทั้งหมด 14 รุ่น (SKUs) ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น Core Ultra 5 322 (8 คอร์, 4.4 GHz) ไปจนถึงรุ่นท็อป Core Ultra X9 388H (16 คอร์, 5.1 GHz) โดยใช้พลังงานพื้นฐานที่ 25 วัตต์

นอกจากตลาดแล็ปท็อปแล้ว ชิปเหล่านี้ยังได้รับการรับรองสำหรับใช้งานในกลุ่ม Edge Computing เช่น หุ่นยนต์อุตสาหกรรม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งต้องการการประมวลผลที่แม่นยำและเสถียร

โน้ตบุ๊กที่ขุมพลัง Intel Core Ultra Series 3 จะเริ่มจัดส่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม นี้เป็นต้นไป โดยมีดีไซน์จากค่ายต่างๆ รอเปิดตัวมากกว่า 200 รุ่น