หน้าแรก Artificial Intelligence สหรัฐฯ สงสัยไทยเป็นทางผ่านลักลอบส่งชิป Nvidia พันล้านดอลลาร์ให้ Alibaba?

สหรัฐฯ สงสัยไทยเป็นทางผ่านลักลอบส่งชิป Nvidia พันล้านดอลลาร์ให้ Alibaba?

สำนักข่าว Bloomberg ได้รายออกงานข่าวพิเศษว่า บริษัทสำคัญที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความพยายามด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แห่งชาติของประเทศไทย กำลังถูกสงสัยว่ามีส่วนช่วยในขบวนการลักลอบขนส่งเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท Super Micro Computer Inc. มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งบรรจุชิปขั้นสูงของ Nvidia Corp. ไปยังประเทศจีน โดยมีรายงานว่า Alibaba Group Holding Ltd. เป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่ได้รับสินค้าดังกล่าว

อัยการสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายละเอียดของแผนการที่ผู้ร่วมก่อตั้ง Super Micro ถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และกลุ่มนายหน้าบุคคลที่สาม เพื่อยักย้ายถ่ายเทเซมิคอนดักเตอร์ AI ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎการค้าของสหรัฐฯ โดยแหล่งข่าวระบุว่าบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อัยการไม่ได้ระบุชื่อ หรือที่เรียกว่า “Company-1” แท้จริงแล้วคือบริษัท OBON Corp. ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร

Advertisement

รายงานระบุว่าเซิร์ฟเวอร์มูลค่ากว่า 2,500 ล้านดอลลาร์ที่ถูกขายให้กับ OBON ได้ถูกส่งต่อไปยัง Alibaba ผู้นำด้าน AI ของจีน ซึ่งข้อกล่าวหาเหล่านี้มีรายละเอียดอยู่ในคำฟ้องเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้หุ้นของ Super Micro ร่วงลงอย่างรุนแรง และนับเป็นการปราบปรามขบวนการลักลอบขนส่งชิปครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่รัฐบาลวอชิงตันเริ่มจำกัดการขายชิป Nvidia ให้กับจีนในปี 2022

อย่างไรก็ตาม ในคำฟ้องไม่ได้มีการระบุชื่อ OBON หรือ Alibaba อย่างเป็นทางการ และเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกมากล่าวหาพวกเขาว่ากระทำความผิดต่อสาธารณะ ขณะที่โฆษกของ Alibaba ได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องโดยระบุว่าบริษัทไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ Super Micro, OBON หรือนายหน้าคนใดที่ถูกกล่าวถึงในคำฟ้อง พร้อมยืนยันว่าไม่เคยใช้ชิป Nvidia ที่ถูกสั่งห้ามในศูนย์ข้อมูลของตน

สำหรับบริษัท OBON นั้น แม้จะเป็นที่รู้จักน้อยในวงกว้าง แต่ถือเป็นบริษัทที่รับผิดชอบในการสร้าง “Siam AI” ซึ่งเป็นโครงการคลาวด์ระดับชาติของไทย โดยเคยมีรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 ว่าจะมีการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ Nvidia ในศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กที่กรุงเทพฯ เพื่อขับเคลื่อน Siam AI Cloud และปฏิวัติแผนงานด้าน AI ของประเทศไทย ซึ่ง Siam AI ได้มีการจดทะเบียนเป็นบริษัทแยกต่างหากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา การถูกโยงเข้ากับคดีระดับโลกครั้งนี้จึงอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และแผนพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศในอนาคต

ที่มา : Bloomberg