เทคโนโลยี AI Agents กลายเป็นจุดสนใจหลักในวันแรกของงานประชุมใหญ่ Dell Technologies World 2026 โดยบรรดาผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกต่างสะท้อนมุมมองตรงกันว่า ระบบเอเจนต์อัจฉริยะ กำลังสร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจหันมาปรับใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างจริงจัง ซึ่งแตกต่างจากยุคเริ่มต้นของ Generative AI ที่เน้นเพียงการสร้างเนื้อหา แต่ในปัจจุบัน AI ได้พัฒนาไปสู่ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ การวางแผน และการลงมือทำงานซับซ้อนแทนมนุษย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในฐานะพันธมิตรผู้ร่วมขับเคลื่อน ‘Dell AI Factory with Nvidia’ โดยระบุว่า เทคโนโลยีได้ก้าวข้ามผ่านจุดที่เป็นเพียงเครื่องมือสร้างคอนเทนต์ไปสู่ระบบที่มีกระบวนการคิดเชิงเหตุผลและการวางแผน ส่งผลให้ธุรกิจมี AI ที่ใช้งานได้จริงและมีประโยชน์สูงสุดเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะในภาคการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ AI Agents สามารถย่นระยะเวลาการทำงานจากเดิมหนึ่งเดือนให้เหลือเพียงหนึ่งสัปดาห์ พร้อมทั้งถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในกระบวนการ DevOps, SRE, และการทดสอบระบบ
สอดคล้องกับมุมมองของ สตีเวน ดิกเคนส์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและนักวิเคราะห์หลักจาก HyperFRAME Research ที่ชี้ให้เห็นความแตกต่างว่า ในอดีต Generative AI อาจมีประโยชน์จำกัดอยู่เฉพาะบางวิชาชีพที่เน้นการสรุปความหรือเขียนบทความ แต่คุณค่าของ Agentic AI นั้นสูงกว่ามากเนื่องจากระบบสามารถ “ลงมือปฏิบัติการ” ได้จริง อย่างไรก็ตาม ดิกเคนส์ให้ข้อสังเกตว่าปัจจุบันยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดรับเทคโนโลยี และประโยชน์ของระบบจะเด่นชัดจนปรับเปลี่ยนการรับรู้ของสังคมโดยสิ้นเชิงเมื่อเครื่องมือขั้นสูงเริ่มถูกใช้งานในวงกว้างมากขึ้น
แม้ว่าศักยภาพของ AI Agents จะสูงมาก แต่ความท้าทายสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญคือการบริโภคทรัพยากรและการประมวลผลข้อมูลในปริมาณมหาศาล ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายด้าน “โทเค็น” ที่สูงลิ่ว โดยมีรายงานว่านักพัฒนาของ Dell รายหนึ่งสร้างค่าใช้จ่ายโทเค็นสูงถึง 3,400 ดอลลาร์สหรัฐภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ทางออกของ Dell Technologies จึงเป็นการสนับสนุนให้องค์กรย้ายการประมวลผลจากคลาวด์สาธารณะกลับมาสู่ระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กร เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในระยะยาว แม้ว่าธุรกิจจะต้องลงทุนในส่วนของฮาร์ดแวร์เองก็ตาม
ทางด้าน ไมเคิล เดลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Dell Technologies เชื่อมั่นว่านี่คือทิศทางหลักแห่งอนาคต โดยเขากล่าวต่อกลุ่มพันธมิตรธุรกิจว่า การเติบโตอย่างเต็มที่ของ AI Agents ในระดับสเกลใหญ่นั้นยังมาไม่ถึง และโมเดลที่เราเห็นในปัจจุบันถือเป็นเวอร์ชันที่ “แย่ที่สุด” เท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะหลังจากนี้ระบบจะพัฒนาอย่างไม่มีหยุดยั้งและไม่มีขีดจำกัดสูงสุด ในการยกระดับขีดความสามารถเพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจทั่วโลก
ที่มา : ITPro








































