หน้าแรก Storage NAS วิกฤตการณ์ขาดแคลนอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลทั่วโลก: เมื่อยักษ์ใหญ่ AI แย่งชิงพื้นที่การใช้งานอย่างรุนแรง

วิกฤตการณ์ขาดแคลนอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลทั่วโลก: เมื่อยักษ์ใหญ่ AI แย่งชิงพื้นที่การใช้งานอย่างรุนแรง

สถานการณ์ขาดแคลนอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลในปัจจุบัน ทั้งฮาร์ดดิสก์แบบดั้งเดิม (HDD) และไดรฟ์แบบ solid-state (SSD) กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เป็นเพียงเสียงบ่นเรื่องสินค้าหมดสต็อก แต่ในวันนี้เริ่มมีตัวเลขสถิติที่จับต้องได้จากหลายบริษัทออกมายืนยัน โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ความจุสูงขนาด 18TB ขึ้นไป ที่ในปัจจุบันมีราคาพุ่งสูงขึ้นกว่าราคาปกติถึง 3 เท่า เนื่องจากกำลังการผลิตทั้งหมดถูกจับจองโดยกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่หรือ “ไฮเปอร์สเกลเลอร์” จนหมดสิ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรจัดเก็บข้อมูลจดหมายเหตุระดับโลก

หนึ่งในองค์กรที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือ The Internet Archive ผู้ให้บริการระบบ Wayback Machine โดย บรูว์สเตอร์ คาห์ล ผู้ก่อตั้ง ได้เปิดเผยว่า ฮาร์ดดิสก์ขนาด 28-30TB ซึ่งเป็นขนาดที่องค์กรต้องการใช้นั้น ไม่มีสินค้าในตลาดหรือหากมีก็มีราคาสูงเกินไป ในขณะที่องค์กรต้องรองรับข้อมูลใหม่เพิ่มขึ้นถึงวันละกว่า 100 Terabytes และมีข้อมูลเดิมที่ดูแลอยู่แล้วกว่า 210 Petabytes ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการอัปเกรดและบำรุงรักษาเครื่องแม่ข่ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่กลับไม่สามารถจัดหามาได้ในเวลานี้

Advertisement

เช่นเดียวกับมูลนิธิวิกิมีเดีย ผู้ดูแลเว็บไซต์วิกิพีเดียและโครงการในเครือ ที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ไม่ต่างกัน โดยโฆษกของมูลนิธิระบุว่า ผลกระทบหลักที่เห็นได้ชัดคือการจัดซื้อหน่วยความจำและฮาร์ดดิสก์ รวมถึงระยะเวลาในการรอส่งมอบเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ยาวนานขึ้นอย่างมาก ตลอดจนข้อจำกัดในการวางแผนสั่งซื้อสินค้าในอนาคต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องของราคา แต่ยังลามไปถึงห่วงโซ่อุปทานและการบริหารจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรไม่แสวงหากำไรอีกด้วย

ทางด้านการ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำ คาดการณ์ว่าสภาวะขาดแคลนทั้งฮาร์ดดิสก์และ SSD นี้จะลากยาวไปจนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2027 เป็นอย่างน้อย และสถานการณ์อาจจะเริ่มคลี่คลายลงบ้างในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2027 โดย โจเซฟ อันส์เวิร์ธ นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ ชี้แจงว่า สาเหตุที่ความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลพุ่งสูงขนาดนี้ เป็นเพราะกลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์ที่พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกวาดซื้ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลไปจนหมดสิ้นเนื่องจากพวกเขามีกำลังจ่ายสูง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้ผู้ซื้อรายอื่น ๆ ทั่วโลกถูกบีบให้ออกจากตลาดกลายๆ

ท้ายที่สุดในสภาวะตลาดของผู้ขายเช่นนี้ ความได้เปรียบย่อมตกเป็นของลูกค้าที่มีเงินทุนหนาที่สุดและพร้อมที่จะสั่งซื้อในปริมาณที่มากที่สุดเสมอ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์ที่สั่งซื้อสินค้าในระดับมหาศาล เมื่อเทียบกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วไปหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ไม่มีกำลังมากพอจะไปแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรเหล่านี้ได้

ที่มา : NW