บริษัท Hewlett Packard Enterprise (HPE) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Spark NZ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำในประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานไอทีขนานใหญ่ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียรในการส่งมอบบริการไฮบริดคลาวด์ และบริการจัดการระบบไอที ให้แก่กลุ่มลูกค้าองค์กร การปรับปรุงระบบในครั้งนี้ช่วยให้ Spark NZ สามารถปลดล็อกศักยภาพในการทำงานผ่านระบบอัตโนมัติที่มีความคล่องตัวสูง สอดรับกับความต้องการด้านการเชื่อมต่อและนวัตกรรมดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ
โครงการดังกล่าวเป็นการพลิกโฉมจากโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบดั้งเดิม (Legacy Infrastructure) ไปสู่สภาพแวดล้อมไฮบริดคลาวด์ที่ทันสมัยและได้รับการออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะทาง โดยมีการบูรณาการแพลตฟอร์ม HPE GreenLake เข้ากับซอฟต์แวร์ระดับองค์กร HPE Morpheus เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการที่ไร้รอยต่อและรองรับการขยายตัวในอนาคต ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับแพลตฟอร์มการจัดการคลาวด์ให้สามารถรองรับปริมาณการใช้ข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงตอบสนองต่อความต้องการการเชื่อมต่อที่ต้องมีความรวดเร็วและต่อเนื่องในทุกบริการ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับการบริการลูกค้าผ่านโครงสร้างเครือข่ายที่ครอบคลุม แต่ยังรวมถึงการพัฒนาโซลูชันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถปรับขนาดได้ตามความต้องการ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยและความคล่องตัวในเชิงธุรกิจ
การดำเนินงานได้แบ่งออกเป็นหลายระยะเพื่อมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่วัดผลได้และรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยในระยะแรกเป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานไฮบริดคลาวด์ผ่าน HPE GreenLake ซึ่งเป็นแกนหลักในการรวมระบบประมวลผลและระบบจัดเก็บข้อมูลเข้าไว้ด้วยกัน ในระยะที่สองได้มีการนำซอฟต์แวร์ HPE Morpheus มาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมระบบคลาวด์ส่วนตัวและคลาวด์สาธารณะจากศูนย์กลาง ช่วยให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนและนโยบายการกำกับดูแลได้อย่างเป็นระบบ และในระยะที่สาม ทั้งสององค์กรได้ร่วมกันขยายขอบเขตการให้บริการ Managed Service เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการจัดการแพลตฟอร์มหลักและระบบสำรองข้อมูล ซึ่งส่งผลดีต่อการออกแบบโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในระยะยาว
ผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสององค์กรระบุว่า ความร่วมมือนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของโซลูชัน HPE ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไอทีให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ในขณะที่ทาง Spark NZ ได้เน้นย้ำว่าระบบไฮบริดคลาวด์คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยทลายข้อจำกัดด้านความยืดหยุ่นและการควบคุมที่ระบบคลาวด์รูปแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลของนิวซีแลนด์ ทำให้ภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติมีความพร้อมต่อการแข่งขันในเวทีโลก และสามารถปรับตัวภายใต้สภาวะทางเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างยั่งยืน








































