Accenture Federal Services (AFS) บริษัทลูกในฐานะคู่สัญญาภาครัฐของ Accenture ได้บรรลุข้อตกลงยอมความกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) โดยตกลงจ่ายเงินรวม 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 825 ล้านบาท) ซึ่งรวมถึงเงินชดเชยความเสียหายราว 11.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 382.8 ล้านบาท) พร้อมดอกเบี้ย 4% ต่อปี เพื่อยุติข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติของรัฐบาลกลาง
DOJ อ้างว่า Accenture และ AFS ละเมิดกฎหมาย False Claims Act จากการรับรองอันเป็นเท็จว่าบริษัทปฏิบัติต่อพนักงานและผู้สมัครโดย “ไม่คำนึงถึง” เชื้อชาติหรือเพศ ทั้งที่ในความเป็นจริงมีการนำปัจจัยด้านประชากรศาสตร์มาใช้ตัดสินใจจ้างงาน เลื่อนตำแหน่ง จัดทำรายงานติดตามเป้าหมายสัดส่วนพนักงานด้วยการติดรหัสสี รวมถึงจำกัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการอบรมบางโครงการตามเชื้อชาติ
นอกจากนี้ DOJ ยังชี้แจงพฤติการณ์เพิ่มเติมว่า AFS ได้จัดสรรคัดเลือกพนักงานระดับแรกเข้า เพิ่มเติมเป็นพิเศษในช่วงปี 2020–2021 หลังจากที่การจ้างงานรอบแรกไม่ได้จำนวนพนักงานตามเป้าหมายของกลุ่มเชื้อชาติที่ต้องการ รวมถึงการกำหนดให้ผู้จัดการใช้ระบบจัดอันดับเพื่อการันตีว่ามีผู้หญิงและกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อยอยู่ในโควตาพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นการขัดต่อกฎเกณฑ์คู่สัญญาภาครัฐอย่างชัดเจน
แม้จะยอมรับข้อตกลงจ่ายเงินดังกล่าว Accenture ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าการเซ็นสัญญาไม่ใช่การยอมรับความผิด แต่ทำเพื่อยุติภาระค่าใช้จ่ายและทรัพยากรในการฟ้องร้องที่ยืดเยื้อ ในขณะที่ฝ่ายอัยการ DOJ ยังคงยืนยันตามข้อกล่าวหาเดิม โดยเน้นย้ำว่าโอกาสและการเติบโตในอาชีพสำหรับคู่สัญญาภาครัฐต้องมาจากความรู้ความสามารถ (Merit) เท่านั้น
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่ Accenture จะรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 และถือเป็นคดีที่สอดคล้องกับแนวทางของ DOJ ที่เข้าตรวจสอบบริษัทคู่สัญญารัฐอย่างเข้มงวด
ที่มา : CRN


































