หน้าแรก Advertorial ตามไปดู 5 เทคโนโลยี ยกระดับการค้าปลีกในยุค 4.0 ด้วยกลยุทธ์แนวใหม่

ตามไปดู 5 เทคโนโลยี ยกระดับการค้าปลีกในยุค 4.0 ด้วยกลยุทธ์แนวใหม่

แบ่งปัน

“ทำไมต้องออนไลน์?” คำถามนี้ตกยุคไปเรียบร้อยแล้ว ทุกองค์กรหวังที่จะเติบโตทางออนไลน์ทั้งเพิ่มรายได้และความได้เปรียบทางด้านธุรกิจ หากเมื่อเราไปดูบทสัมภาษณ์ของวอลมาร์ท (Walmart) บริษัท ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของโลก ได้เผยตัวเลขที่น่าสนใจ เกี่ยวกับค่าเฉลี่ยของลูกค้าที่จับจ่ายใช้สอยผ่านทางหน้าร้านต่อปี อยู่ที่ประมาณ $1,400 หรือ ราว 46,000 บาท, ผ่านออนไลน์เพียง $200 หรือ ราว 6,500 บาท แต่เมื่อดูยอดขายผ่านทาง Multiple Channel พบว่า สูงถึง $2,500 หรือราว 82,000 บาทเลยทีเดียว

Multi-Channel คืออะไร แตกต่างกับ Omni–Channel อย่างไร?

Multiple Channel หรือบางทีเรียกว่า Multi-Channel และ Omni-Channel มีจุดที่คล้ายกันคือการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้หลากหลายช่องทาง ทั้ง ผ่านทางหน้าร้านค้า เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น โซเชียลเน็ตเวิร์ค รวมไปถึงทางระบบโทรศัพท์ และ คอลเซ็นเตอร์ มีเพียงสิ่งเดียวที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยก็คือ เทคนิคการทำ “Integrated all channel to the customer” ถือว่าเป็นประเด็นที่สร้างประสิทธิผลได้มากกว่ากล่าวคือ เมื่อออนไลน์และออฟไลน์รวมเข้าด้วยกันแล้ว จะเกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ส่งผลให้เราสามารถทำการตลาดในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างความประทับใจและความแตกต่าง ตลอดจนการสร้างความแปลกใหม่ที่มีความน่าสนใจมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การผนวกนำเอาโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้ามารวมกันมีหลากหลายเครื่องมือ หลากหลายเทคนิคที่เป็นตัวช่วย ดังนั้นการเชื่อมต่อ ระบบเครือข่ายจำเป็นต้องมีการพัฒนาให้ร้านค้าสามารถเชื่อมต่อและถ่ายเทข้อมูลกันได้อย่างมีคุณภาพ มีความเสถียร สามารถใช้งานได้ดีตลอดเวลา เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้ากับแบรนด์ของเรา ซึ่งไม่พ้นหน้าที่ของแผนกไอที ที่จะเป็นตัวหลักในการเชื่อมต่อทั้งสองโลกเข้าด้วยกัน อาทิเช่น

• CCTV (SMART IoT) ที่ทำหน้าที่มากกว่าการบันทึกภาพ ด้วยความสามารถในการทำ Video Analytic อาทิเช่น การทำ Heat Map ตรวจสอบพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าภายในร้าน เพื่อต่อยอดการออกแบบการจัดเรียงสินค้า, ความสามารถในด้าน People Counting ตรวจนับปริมาณลูกค้าและและตรวจสอบเพศ เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

https://youtu.be/hqVtj3jyvW8

• Digital Signage & Kiosks & Digital Catalogue สนับสนุนการขาย ด้วยเนื้อหาแบบอินเทอร์แอกทีฟ ให้ลูกค้ามีความสนใจ มีความสนุกกับเกมส์และเพิ่มการรับรู้สินค้าและบริการที่ต้องการโปรโมทได้อย่างสร้างสรรค์


• Virtual Assistant ช่วยให้ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญผ่านระบบ Video Call รวมไปถึงการทำ Online Training ที่สามารถช่วยยกระดับการขายด้วยการอบรมออนไลน์ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

• Mobile & Web POS ที่มีการเชื่อมต่อกับระบบ Big Data และ Business Intelligent นับเป็นอีกเทคโนโลยีที่เพิ่มมูลค่าของข้อมูล ให้มีความสำคัญมากขึ้น เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจด้านกลยุทธ์ได้แบบเรียลไทม์

• ระบบเครือข่ายระยะไกล (WAN Network) ควรจะสามารถรองรับแอพพลิเคชั่นที่มีความหลากหลายได้อย่างมีคุณภาพและเสถียรภาพที่ดี พร้อมกับมีความเร็วในการเชื่อมต่อที่เพียงพอต่อการใช้งาน นอกจากนั้นแล้วยังต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อคอยปกป้องข้อมูลที่สำคัญของลูกค้า (เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต) ตลอดจนมีความรวดเร็วในการติดตั้งพร้อมใช้งานทันที และสามารถรองรับการเติบโตในอนาคตได้ ตัวอย่างเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมกับงานดังกล่าวได้ก็คือ Software Define WAN หรือ SD-WAN ที่สามารถบริหารจัดการจากส่วนกลางได้อย่างง่ายดายในราคาที่เหมาะสม

Modernizing WAN with VMware NSX SD-WAN by VeloCloud

ที้งนี้เพื่อให้คุณสามารถสร้างระบบ Omni Channel และ Smart Retail Store ได้อย่างแท้จริง ทางโปรเอ็น (PROEN) จึงได้รวบรวมเทคโนโลยีต่างๆ เอาไว้ ประกอบด้วย
– VMWare NSX
– Bosch
– Cisco
– GRID Signage
– Tableau
– NICE process automation solution

โปรเอ็นยินดีให้คำปรึกษาสำหรับผู้สนใจโซลูชั่น Omni Channel และ Smart Retail Store สามารถติดต่อเราได้ที่ E-Mail: sales@proen.co.th Call: 02-690-3888, Website www.proen.co.th