หน้าแรก Home feature 8 สัญญาณเตือนภัย ! ก่อนเกิดเหตุการณ์หายนะด้านไอที

8 สัญญาณเตือนภัย ! ก่อนเกิดเหตุการณ์หายนะด้านไอที

2463

หลายต่อหลายครั้งที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มักพยายามใบ้ให้คุณจัดการอะไรก่อนที่จะเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ แต่ถ้าคุณเพิกเฉยคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ หรือเราคงไม่โชคร้ายขนาดนั้น เหล่าผู้ประสงค์ดีที่จับต้องไม่ได้ทั้งหลายอาจตัดหางปล่อยวัดแล้วปล่อยให้คุณไปเจอเซอร์ไพรซ์แรงๆ ให้คุณหัวใจวายเล่นก็เป็นได้

เรื่องของงานไอทีก็เช่นกัน เพราะปัญหาไอทีโดยเฉพาะด้านเน็ตเวิร์กมักเป็นแบบเรื้อรัง ใช้เวลานานกว่าจะสะสมแล้วออกอาการหนักๆ มาทีเดียว รวมทั้งใช้เวลาแก้ไขกลับไปนานมากด้วย ซึ่งวินาทีที่ลูกน้องในทีมตัดสินใจออกกระทันหัน, เว็บไซต์เข้าไม่ได้, คลาวด์พังเพราะผู้ใช้เอาข้อมูลที่ไม่ปลอดภัยไปเก็บ, หรือไปเจอข้อมูลองค์กรถูกขายอยู่ในตลาดมืดนั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องที่สายเกินแก้แล้วทั้งสิ้น

ทาง CIO.com ได้รวบรวมสัญญาณเตือนภัยที่คุณควรให้ความสำคัญทันทีดังต่อไปนี้

1. เมื่อผู้ใช้หยุดร้องเรียน โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่เพราะปัญหาหายไปแล้ว แต่เพราะผู้ใช้ปลงและเลิกพึ่งคุณ หลังจากนั้นผู้ใช้ก็จะไปพึ่งอย่างอื่นนอกลู่นอกทางจากเพื่อนบ้าง กูเกิ้ลบ้าง ที่คุณเห็นหายนะตามมาได้อย่างชัดเจน

2. เมื่อพื้นที่บริษัทส่วนกลางเริ่มเต็มไปด้วยคนนอก หรือแม้แต่การอ้าแขนรับพวกคอนแทรกเอาต์ซอร์สมาทำงานในองค์กร “ชั่วคราว” ที่ทำให้คุณควบคุมความ “ชั่ว” ที่มาพร้อมกันได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

3. เมื่อคุณต้องนั่งแก้ปัญหาเดิมซ้ำๆ เด็กในทีมก็จะเบื่อและเริ่มเปิดเว็บหางานแก้เบื่อแทน

4. เมื่อคุณแก้โค้ดครั้งใหญ่ในครั้งเดียว ถ้าจะมั่นใจว่าโค้ดมหึมานั้นไร้ช่องโหว่อย่างสมบูรณ์แบบก็เชิญ

5. เมื่อพนักงานเลิกแสดงความคิดเห็น เพราะที่ผู้ใช้เสนอเพราะยังเห็นความหวังในตัวคุณ

6. เมื่อคุณแอบถูกอัปเปหิจากรายชื่อส่งเมล์เงียบๆ หรือการไม่ถูกเชิญเข้าประชุม (จากที่เคยปกติ) ไม่ได้หมายความว่าคุณทำตัวตามสบายได้เพราะทุกอย่างสงบสุข แต่เพราะเค้ารวมหัวกำลังไล่คุณไปเสพความสงบสุขนอกบริษัทเพราะพึ่งอะไรไม่ได้หรือเปล่า

7. เมื่อทีมงานคุณเริ่มล้าจากการถูกแจ้งเหตุที่อ้างว่า “ฉุกเฉิน” บ่อยๆ ก็เหมือนเวลาเจ้านายบอกงานนี้ก็ด่วน งานนั้นก็ด่วน คุณก็จะมองว่าสรรพสิ่งล้วนด่วน “ธรรมดา” เช่นเดียวกับการมองแดชบอร์ดของระบบที่ฟ้องความผิดปกติตัวแดงเต็มหน้าจอทุกวัน แต่ก็ไม่คิดเคลียร์จนเด็กในทีมมองว่าเป็นเรื่องปกติ จนมองข้ามอะไรที่สำคัญไป

8. เมื่อ FBI หรือ ปอท. มาเยือนคุณถึงถิ่น หรือจริงๆ ไม่ต้องรอชงกาแฟต้อนรับเจ้าหน้าที่ขนาดนั้น แค่ได้กลิ่นไม่ชอบมาพากลอย่างอัตราทราฟิกขาเข้าหรือขาออกที่เพิ่มขึ้นจุดใดจุดหนึ่งผิดปกติ หรือพบการร้องขอการใช้งานแปลกๆ จากภายนอก ก็ควรเริ่มสืบสวนด้วยตัวเองก่อนที่จะเกิดอาชญากรรมทางไซเบอร์เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว

ที่มา : CIO

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here