หน้าแรก Data Center 6 ฟีเจอร์เด่นที่ต้องจับตาใน วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2019

6 ฟีเจอร์เด่นที่ต้องจับตาใน วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2019

1477
แบ่งปัน

เวอร์ชั่นพรีวิวของวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2019 มีการเพิ่มฟีเจอร์ที่น่าสนใจทั้งด้านไฮเปอร์คอนเวอร์เจนต์, ระบบจัดการ, ความปลอดภัย, คอนเทนเนอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับใช้งานบนเครือข่ายระดับองค์กรแบบ Live โดยเฉพาะ ซึ่งทาง NetworkWorld.com ได้รวบรวม 6 สุดยอดฟีเจอร์สำคัญของวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ใหม่ที่น่าสนใจมากที่สุดไว้ดังต่อไปนี้

1. โครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวอร์เจนต์ (HCI) ระดับองค์กร

สำหรับเซิร์ฟเวอร์2019 นี้ ไมโครซอฟท์ได้ออกกำหนดการรอบอัพเดทใหม่สำหรับแพลตฟอร์ม HCI เป็นทุก 3 ปีที่เรียกว่าเวอร์ชั่นLong-Term Servicing Channel (LTSC) ซึ่งวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์2019 แบบ LTSC ครั้งถัดไปจะเปิดให้โหลดผ่าน Insider Program ได้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ โดยคาดว่าจะมีการพัฒนาองค์ประกอบพื้นฐานของ HCI ทั้งส่วนการประมวลผล, สตอเรจ, และระบบเครือข่ายสำหรับองค์กรที่กำลังสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และแพลตฟอร์มแบบ Software-defined ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ พร้อมผูก HCI เข้ากับไลเซนส์ของเซิร์ฟเวอร์ ที่เปิดให้เซิร์ฟเวอร์แกนหลักที่รัน HyperVสามารถเพิ่มหรือลดโหลดงานได้โดยไม่มีดาวน์ไทม์

2. อินเทอร์เฟซใหม่บนวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์2019

หลังจากทีตัวอัพเดทย่อยหรือ Semi-Annual Channel ของเซิร์ฟเวอร์2016 ไม่ได้มี GUI มาให้ด้วยนั้น เวอร์ชั่นLTSC สำหรับเซิร์ฟเวอร์2019 ใหม่จะมีอินเทอร์เฟซกราฟิกแบบเดสก์ท็อปมาให้นอกเหนือจากอินเทอร์เฟซแบบคอมมานด์ไลน์สำหรับ ServerCoreและ Nano

3. โปรเจ็กต์ Honolulu

เป็นเครื่องมือจัดการเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นคอนโซลศูนย์กลางสำหรับจัดการเซิร์ฟเวอร์ทั้งรุ่น 2019, 2016, และ 2012R2 หลายระบบร่วมกันได้ทั้งแบบอินเทอร์เฟซกราฟิกและคอมมานด์ไลน์ มีจุดเด่นที่การรวมเอางานพื้นฐานอย่างการตรวจสอบประสิทธิภาพ (PerfMon), การตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์, การสร้างงาน (Task), และการจัดการเซอร์วิสเข้าด้วยกัน

4. ระบบความปลอดภัยที่ยกระดับมากขึ้น

โดยมีฟีเจอร์ Windows Defender Advanced Threat Protection (ATP)ที่คอยประเมินสาเหตุพื้นฐานของช่องโหว่ด้านความปลอดภัย เพื่อสกัดกั้นและแจ้งเตือนแนวโน้มการเกิดอันตรายหรือการโจมตีอย่างอัตโนมัติ เช่นเดียวกับที่อัพเดตบนวินโดวส์10 เมื่อเร็วๆ นี้

5. คอนเทนเนอร์ที่เล็กลง แต่มีประสิทธิภาพมากกว่า

ด้วยอิมเมจ ServerCoreที่เล็กกระทัดรัดกว่าเดิม จนสามารถลดการใช้ทรัพยากรสำหรับวีเอ็มได้ถึง 50 – 80% ขณะที่ได้อิมเมจที่ทำงานมีประสิทธิภาพเท่าเดิมหรือมากกว่า ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนด้านไอที

6. ระบบวินโดวส์ย่อยบนลีนุกซ์

ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์2016 ที่รองรับการทำงานในรูปอินสแตนซ์บนลีนุกซ์ในรูปเวอร์ช่วลแมชชีน ซึ่งเซิร์ฟเวอร์2019 ได้ปรับปรุงขึ้นเป็นระบบย่อยสำหรับทำงานบนระบบลีนุกซ์โดยเฉพาะ ซึ่งขยายการทำงานของเวอร์ช่วลแมชชีนพื้นฐาน และผสานการทำงานด้านเครือข่ายได้มากกว่าเดิม

ที่มา : https://www.networkworld.com/article/3265052/data-center/top-6-features-in-windows-server-2019.html

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here