หน้าแรก Networking & Wireless Fiber Optic เตรียมความพร้อมเรื่องสายสัญญาณ ก่อนอัพเกรดสู่ Wi-Fi 6

เตรียมความพร้อมเรื่องสายสัญญาณ ก่อนอัพเกรดสู่ Wi-Fi 6

แบ่งปัน


ในบทความก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงมาตรฐาน Wi-Fi 6 ใหม่ที่กำลังเข้ามาให้ได้ใช้ รวมถึงประโยชน์ต่างๆ ด้านประสิทธิภาพที่เราจะได้รับ คราวนี้เราจะมาพูดถึงการเตรียมพร้อมด้านสายเคเบิลในกรณีที่คุณตัดสินใจจะอัพเกรดมาใช้ Wi-Fi 6 กันจริงๆ

เมื่อเดือนกันยายน 2019 ทาง Wi-Fi Alliance ได้เปิดตัวการรับรองมาตรฐานใหม่ Wi-Fi CERTIFIED 6 สำหรับอุปกรณ์ Wi-Fi ที่รองรับเทคโนโลยีตามมาตรฐานใหม่ IEEE 802.11ax Enhancements for High Efficiency Wireless (HEW) LAN ซึ่งมีกำหนดที่จะบังคับใช้ภายในกลางปีนี้ แต่จากที่เรามักจะเห็นกันในอดีตเกี่ยวกับการออกเทคโนโลยี Wi-Fi รุ่นใหม่นั้น อุปกรณ์ทั้งหลายก็มักจะเปิดตัวในตลาดล่วงหน้าก่อนที่มาตรฐานจะออกมาให้ใช้งานจริง ซึ่งพอถึงตอนนั้นจะมีการใช้งานเทคโนโลยีใหม่นี้อย่างแพร่หลายไปแล้ว

ทั้ง Netgear, Arris, และ Asus ก็เพิ่งเปิดตัวแอคเซสพอยต์แบบ Wi-Fi 6 ของตัวเอง หรือแม้กระทั่ง Comcast ก็ประกาศเปิดตัวเกตเวย์รุ่นแบบ Wi-Fi 6 สำหรับใช้ตามบ้านด้วย ขณะที่สมาร์ทโฟนตัวใหม่ล่าสุดอย่าง iPhone 11 และ Galaxy S10 ก็ยังออกมารองรับ Wi-Fi 6 ทางด้านผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ทั้ง Lenovo, HP, และ Dell ก็ประกาศว่าแล็ปท็อปรุ่นใหม่จะมีระบบ Wi-Fi 6 ฝังมาให้

นอกจากนั้นแล้ว พอถึงวันที่มีการเปิดตัวมาตรฐาน Wi-Fi 6E ก็จะปลดล็อกฟีเจอร์ของ Wi-Fi 6 ได้อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานแบบไร้สายได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกมากมาย

และเมื่อผลิตภัณฑ์ Wi-Fi 6 มีพร้อมให้ใช้งานได้แล้ว ทำให้องค์กรธุรกิจทั้งหลายๆ ก็มีความคิดที่จะยกเครื่องระบบใหม่ เพื่อจะเก็บเกี่ยวประสิทธิภาพจาก Wi-Fi นั่นเอง ซึ่งเรามาลองดูกันว่าถ้าเราจะโยกไประบบ Wi-Fi 6 เราจะต้องอัพเกรดระบบที่มีอยู่อย่างไรบ้าง

เทคโนโลยี Wi-Fi กำลังพัฒนามากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
เพียงแค่ Wi-Fi 5 (802.11ac) ก็ช่วยให้เราสามารถทำความเร็วแบบไร้สายได้มากกว่า 1 Gb/s ซึ่งถือเป็นตัวการสำคัญที่ผลักดันให้ทาง IEEE เปิดตัว 2.5GBASE-T และ 5GBAST-T ที่ทำให้ระบบสายเคเบิลที่เป็น Category 5e และ Category 6 สามารถรองรับได้อย่างเต็มศักยภาพ

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง แทบจะทุกคนเลย ต่างหันมาใช้เครือข่ายไร้สายกันมากขึ้น ความเร็วระดับแค่นี้ย่อมไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงทำให้ทุกคนหันมาใช้ Wi-Fi 6 ที่มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลมากถึง 10 กิกะบิตผ่านสตรีมที่แบ่งการรับส่งข้อมูล 8 สตรีมที่แต่ละสตรีมส่งได้ถึง 1.2 Gb/s (เมื่อเทียบกับสมัย Wi-Fi 5 ที่ทำได้แค่ 866 Mb/s ต่อสตรีม)

นอกจากนี้ Wi-Fi 6 ยังสามารถทำงานได้ทั้งบนย่านความถี่ 2.4 GHz และ 5 GHz เมื่อเทียบกับใน Wi-Fi 5 ที่ใช้ได้แค่ย่าน 5 GHz สำหรับย่านความถี่สูงอย่าง 5 GHz นั้น จะให้ความเร็วที่เร็วกว่า แต่จะนิยมใช้ในกรณีที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้น ส่วนย่านความถี่แบบ 2.4 GHz มีข้อดีกว่าตรงที่ สามารถวิ่งทะลุผ่านวัตถุที่มีความหนาหรือกำแพง และครอบคลุมระยะทางได้ไกลกว่าด้วย (ไกลกว่าเกือบสามเท่าเมื่อเทียบกับ 5 GHz)

ยิ่งในปัจจุบันยังมีสัญญาณรบกวนย่านความถี่ 2.4 GHz น้อยกว่าเดิมเนื่องจากอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ย่านความถี่เดียวกันนี้ อย่างเช่น โทรศัพท์ไร้สาย ก็เริ่มลดความนิยมในการใช้งานลงไปมาก การที่ Wi-Fi 6 สามารถใช้งานทั้งสองย่านความถี่ดังกล่าวได้พร้อมกันก็จะยิ่งเพิ่มปริมาณข้อมูลที่สามารถส่งต่อในเวลาเดียวกันมากขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตามการที่มีอุปกรณ์จำนวนมาก ต่างหันมาใช้ประโยชน์จากสัญญาณ Wi-Fi กันมากขึ้น ถึงแม้จะอัพขึ้นเป็น Wi-Fi 6 ก็ย่อมได้รับผลกระทบจากความแออัดในการใช้งานอยู่ดี จึงเป็นที่มาของ Wi-Fi 6E ที่มาพร้อมกับความสามารถในการทำงานบนย่านความถี่ 6 GHz ด้วย ทำให้ Wi-Fi 6E เข้ามาขยายขีดความสามารถของ Wi-Fi 6 ด้วยการเพิ่มช่องสัญญาณที่ 80 MHz มากถึง 14 ช่อง และเพิ่มช่องสัญญาณที่ 160 MHz ได้อีก 7 ช่องบนย่านความถี่ 6 GHz แบบที่ไม่ซ้อนทับกัน

โดยนอกจากมันจะถูกออกแบบมาเพื่อการประยุกต์ใช้ในงานอย่างเช่นวิดีโอความละเอียดสูงและเวอร์ช่วลเรียลลิตี้แล้ว Wi-Fi 6E ยังถูกออกแบบให้รองรับผู้ใช้จำนวนมากขึ้นเพื่อลดความแออัดได้ด้วย รวมถึงย่านความถี่ใหม่นี้ไม่ต้องไปแบ่งการใช้ทรัพยากรกับอุปกรณ์รุ่นเก่าๆ (ส่วนใหญ่จะรองรับเป็น Wi-Fi 5) นั่นหมายความว่า จะมีแค่อุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi 6E เท่านั้น ที่จะใช้งานย่านความถี่แบบ 6 GHz ได้

คำถามต่อมาก็คือว่า “เมื่อไหร่ Wi-Fi 6E ถึงจะพร้อมให้ทุกคนใช้งานได้?” อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการอนุมัติออกเป็นกฎหมายที่อนุญาตการใช้ย่านความถี่ 6 GHz ของทางคณะกรรมการสื่อสารของรัฐในสหรัฐอเมริกา ซึ่งแม้ว่าเราจะรู้ดีว่าหน่วยงานรัฐมักไม่สามารถเร่งความเร็วในการอนุญาตตามขั้นตอนได้อยู่แล้ว แต่พึงระลึกไว้ว่า เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติเมื่อใด อุปกรณ์แบบ Wi-Fi 6E ก็จะเข้ามาเปิดตัวในตลาดแทบจะในทันที – ดังนั้นคุณก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบโครงสร้างอินฟราสตรัคเจอร์และมาตรฐานของสายสัญญาณที่จะรองรับมาตรฐานดังกล่าวในทันทีด้วยเช่นกัน

ที่มา : https://www.flukenetworks.com/blog/cabling-chronicles/so-you-want-upgrade-wi-fi-6

สามารติดตามข้อมูลต่างๆ ได้ที่เพจ Fluke Network