หน้าแรก Applications บทวิเคราะห์ : Node.js และ PHP ภาษาไหนที่เหมาะสำหรับโปรแกรมเมอร์ที่สุด?

บทวิเคราะห์ : Node.js และ PHP ภาษาไหนที่เหมาะสำหรับโปรแกรมเมอร์ที่สุด?

9962
แบ่งปัน

PHP นันถือได้ว่าเป็นภาษาโปรแกรมมิ่งแบบประยุกต์ ที่ใช้ได้หลากหลายครอบจักรวาลที่เคยได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะในการพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งปัจจุบันมีหลายพันเว็บที่รัน PHP บนเว็บเซิร์ฟเวอร์ของตนเอง นอกจากนี้ ระบบจัดการคอนเท็นต์หรือ CMS ชื่อดังในตลาดยังเลือกที่จะรันบน PHP ด้วย ไม่ว่าจะเป็น WordPress, Drupal, และ Joomla เป็นต้น

อย่างไรก็ดี จากผลสำรวจล่าสุดพบความนิยมที่เติบโตมากขึ้นของภาษาที่รันฝั่งเซิร์ฟเวอร์เช่นกันอีกตัวอย่าง Node.js และพบว่ามีองค์กรมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เปลี่ยนมาใช้ Node.js เพื่อรันการทำงานเบื้องหลังเว็บไซต์และบริการออนไลน์ของตนเอง จนมองได้ว่าจะเข้ามาแทนที่ PHP ในไม่ช้า

เช่นเดียวกับเหล่านักพัฒนาเว็บไซต์ที่ต่างตื่นตัวกับเทรนด์ใหม่นี้ เมื่อมองร่วมกับการที่ทุกคนต่างคุ้นเคยในการใช้จาวาสคริปต์เป็นภาษาหลักในการเขียนหน้าเว็บไซต์มาช้านาน และความต้องการเว็บแอพที่รวมระบบทุกอย่างอยู่ภายใต้หน้าเว็บเดียวหรือ Single-Page Web App ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องถาโถมเข้าหา Node.js แทนอย่างบ้าคลั่ง

จากรายงานการสำรวจล่าสุดของ Monterail พบว่านักพัฒนาที่กำลังใช้เฟรมเวิร์กจาวาสคริปต์อย่าง Vue.js หันมาใช้ Node.js เป็นภาษาสำหรับแบ๊กเอนด์มากกว่า PHP แล้ว นอกจากนี้จากรายงานของทาง State of JavaScript 2018 ก็พบอัตราการใช้งาน Node.js เป็นสัดส่วนมากถึง 63% เมื่อเทียบกับ PHP ที่มีสัดส่วนนักพัฒนาใช้งานเหลือเพียงแค่ 50% ส่งสัญญาณว่า Node.js กำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่

มีรายงานการสำรวจผู้ใช้ Node.js เมื่อปีที่แล้วที่ค้นหาวัตถุประสงค์ในการใช้งานภาษาตัวใหม่นี้ พบว่าผู้คนกำลังใช้ Node.js เพื่อพัฒนาเว็บแอพเป็นหลัก รองลงมาเป็นการใช้พัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับองค์กร นอกจากนี้ยังระบุเสริมด้วยว่า Node.js กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในการใช้งานทุกประเภท และมีความหลากหลายในการประยุกต์ใช้มากเนื่องจากความยืดหยุ่นและฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้มากมาย

บนเว็บของ Nodejs.org เองยังอ้างรายงานจากสำนักวิจัยตลาดอิสระว่า เหล่านักพัฒนาต่างยกย่อง Node.js ให้เป็นภาษาที่ “เร็ว”, “ง่าย”, และ “สนุก” โดยมีผู้ใช้จำนวนมากเลือก Node.js ไปใช้งานบนแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Amazon Web Service (AWS) มากที่สุด ตามมากด้วย Heroku, DigitalOcean, และ Google Cloud โดยเน้นการนำมาใช้กับเว็บแอพ โดยเฉพาะการผสานการทำงานกับระบบฐานข้อมูล, เฟรมเวิร์กฝั่งฟร้อนเอนด์, และการแบ่งโหลด ปัจจุบันมีผู้ใช้จำนวนมากอยู่ในภูมิภาคละตินอเมริกา รองลงมาเป็นยุโรป, ตะวันออกกลาง, และเอเชีย

สำหรับตัวแปลภาษาของ Node.js ที่เรียกว่า Transpiler นั้น ทั่วไปจะนิยมใช้ Babel ขณะที่สำหรับระบบแบ๊กเอนด์หรือการใช้งานรูปแบบอื่นจะใช้ Typescript นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่สนใจเพิ่มเติมอย่างเช่น กลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่เป็นเพศชาย อายุเฉลี่ย 31 ปี ทำงานอยู่ในบริษัทชนาดเล็ก (น้อยกว่า 100 คน) มีประสบการณ์การพัฒนาแอพมามากกว่า 5 ปี เป็นต้น

แต่ขอเบรกหัวทิ่มแปบ เพราะมีการตั้งข้อสังเกตถึงผลการสำรวจและรายงานข้างต้นเช่นกันว่า เป็นการสำรวจกลุ่มนักพัฒนาโปรแกรมที่ใช้จาวาสคริปต์เป็นหลักอยู่แล้ว รวมทั้งบริษัทที่ตอบว่าใช้ Node.js บนเว็บไซต์ของตัวเองอยู่นั้น อาจใช้งานแค่บางเว็บ ขณะที่เว็บอื่นของตัวเองยังใช้ PHP อยู่ก็ได้

ซึ่งถ้าวิเคราะห์กันดีๆ จากข้อมูลดังกล่าวแล้ว เราอาจฟันธงได้ว่า นักพัฒนาแอพทั่วโลกกว่า 1 ใน 3 เริ่มเปิดกว้างนำ Node.js มาใช้ควบคู่กับ PHP แม้ตัวภาษา PHP เองจะดูเก่าแก่ไม่ทันสมัยเหมือนจาวาสคริปต์ แต่ถ้าพูดถึงอันดับภาษาโปรแกรมมิ่งสำหรับแบ๊กเอนด์แล้ว PHP ก็ยังติดอันดับท็อป 10 ภาษาที่ได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ จากผลสำรวจนักพัฒนาของเว็บบอร์ดยอดนิยมอย่าง Stack Overflow เมื่อปีที่แล้ว

ปัจจุบันก็ยังมีเว็บไซต์จำนวนมากที่กำลังรัน PHP บนเว็บเซิร์ฟเวอร์ของตนเองโดยยังไม่มีแพลนที่จะเปลี่ยนมาใช้ Node.js ในอนาคตอันใกล้ หรือเรียกได้ว่ายังไม่มีเหตุผลสำคัญเพียงพอที่ต้องลงทุนเพิ่มทั้งเงินและเวลาเพื่อเปลี่ยนระบบใหม่ อย่างไรก็ดี เราสามารถกล่าวได้ว่า ความนิยมของ PHP ในกลุ่มนักพัฒนาจะไม่หายไปหรือลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ แต่เราก็ควรตระหนักถึงเทรนด์ใหม่อย่าง Node.js ที่กำลังเข้ามาคืบคลานแย่งตลาด PHP อย่างต่อเนื่องด้วย

ที่มา : Technotification

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here