หน้าแรก Artificial Intelligence โมบาย อินโนเวชั่น ผนึก ฮิวแมน เทคโนโลยี เปิดตัว “Trac Online Alcohol Checker” โซลูชันตรวจแอลกอฮอล์บนคลาวด์

โมบาย อินโนเวชั่น ผนึก ฮิวแมน เทคโนโลยี เปิดตัว “Trac Online Alcohol Checker” โซลูชันตรวจแอลกอฮอล์บนคลาวด์

บริษัท โมบาย อินโนเวชั่น จำกัด (Mobile Innovation) ผู้นำด้านระบบบริหารจัดการยานพาหนะและนวัตกรรมดิจิทัล ได้ผนึกกำลังกับ บริษัท ฮิวแมน เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวโซลูชันอัจฉริยะ “Trac Online Alcohol Checker” ซึ่งเป็นระบบตรวจวัดแอลกอฮอล์บนคลาวด์ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบลงเวลาทำงานโดยตรง โดยโซลูชันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความปลอดภัยและวินัยในองค์กรอย่างเข้มงวด ด้วยการเสริมแกร่งความปลอดภัยผ่านการติดตาม GPS การยืนยันตัวตน และการบันทึกเวลาทำงานอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ นับเป็นโซลูชันแรกในประเทศไทยที่เชื่อมต่อการตรวจแอลกอฮอล์แบบออนไลน์เข้ากับระบบลงเวลาทำงานในรูปแบบ SaaS (Software as a Service)

ความร่วมมือครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปิดช่องโหว่สำคัญสำหรับองค์กรที่มีพนักงานทำงานนอกสถานที่หรือพนักงานหน้างาน เช่น พนักงานขับรถและพนักงานก่อสร้าง ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์มักมีช่องโหว่ เช่น การฝากคนอื่นเป่าแทน หรือความล่าช้าในการส่งรายงานแบบจดบันทึกที่เสี่ยงต่อการแก้ไขข้อมูล ระบบ “Trac Online Alcohol Checker” จึงทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกในการตรวจสอบก่อนเข้างาน ด้วยมาตรการ “No-Check, No-Work” ที่บังคับให้พนักงานต้องผ่านการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยก่อนจึงจะได้รับอนุญาตให้ลงเวลาเริ่มงานได้

นายจุน มิโยชิ ประธานบริษัท โมบาย อินโนเวชั่น จำกัด เปิดเผยว่า การเชื่อมโยงระบบเข้ากับแพลตฟอร์มบริหารจัดการเวลาทำงานและเงินเดือนบนคลาวด์ “KING OF TIME” ของฮิวแมน เทคโนโลยีฯ ทำให้เกิดโครงข่ายข้อมูลแบบเรียลไทม์ระหว่างการตรวจวัดแอลกอฮอล์และการบันทึกเวลาเข้างาน โดยเทคโนโลยี Trac Cloud ในระบบจะช่วยปิดช่องโหว่ด้วยการบันทึกภาพถ่ายใบหน้าและพิกัด GPS ที่แม่นยำในขณะตรวจ พร้อมอัปโหลดข้อมูลทั้งหมดขึ้นคลาวด์ทันที วิธีนี้ช่วยให้สามารถตรวจสอบความผิดปกติได้จากทุกที่ทุกเวลา และเปลี่ยนนโยบายความปลอดภัยจากเดิมที่เป็นเพียงกระดาษให้กลายเป็นเงื่อนไขทางเทคนิคที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

โซลูชันนี้ยังช่วยให้องค์กรทุกขนาดสามารถเข้าถึงนวัตกรรมระดับสูงได้โดยไม่ต้องลงทุนในระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ซับซ้อน บริษัทมีแผนขยายตลาดไปยังกลุ่มโรงงานผลิตสินค้า ธุรกิจคลังสินค้า และธุรกิจก่อสร้าง นอกเหนือจากกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ที่เป็นฐานลูกค้าเดิม โดยเน้นไปที่องค์กรที่ต้องตรวจสอบความพร้อมของพนักงานในตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พนักงานควบคุมเครื่องจักรขนาดใหญ่ นายจุน มิโยชิ กล่าวสรุปว่า ความร่วมมือนี้เป็นความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุคการจัดการความปลอดภัยเชิงรุก โดยเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ เพื่อลดอัตราความสูญเสียบนท้องถนนและร่วมสร้างวินัยสังคมที่รับผิดชอบต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง