หน้าแรก Security Malware Microsoft ทุบสถิติ Patch Tuesday ส่งแพตช์ถล่มทลาย 974 รายการ พร้อมช่องโหว่ Zero-Day ที่กำลังถูกโจมตีจริง

Microsoft ทุบสถิติ Patch Tuesday ส่งแพตช์ถล่มทลาย 974 รายการ พร้อมช่องโหว่ Zero-Day ที่กำลังถูกโจมตีจริง

เดือนกันยายนนี้ ผู้ดูแลระบบไซเบอร์สเปซต้องรับศึกหนักเป็นประวัติการณ์ เมื่อ Microsoft ประกาศปล่อยอัปเดต Patch Tuesday เพื่อแก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัย (CVE) ในผลิตภัณฑ์ของตนเองมากถึง 974 รายการ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ตัวเลขที่น่าตกใจนี้ตามหลังการอัปเดต 622 รายการในเดือนกรกฎาคม และ 421 รายการในเดือนสิงหาคม ยิ่งไปกว่านั้น หากอ้างอิงข้อมูลจาก Tenable จำนวน 974 ช่องโหว่ในเดือนเดียวนี้นับว่าเกือบเท่ากับจำนวนช่องโหว่ทั้งหมดที่ Microsoft เคยแก้ไขตลอดทั้งปี 2025 (1,130 รายการ) เลยทีเดียว

ความน่ากังวลของแพตช์ล็อตนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเท่านั้น แต่มีช่องโหว่ 2 รายการที่ถูกนำไปใช้โจมตีจริงแล้ว (Zero-Day) รายการแรกคือ CVE-2026-85880 ช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ใน Windows Advanced Local Procedure Call (ALPC) ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีซึ่งรันโค้ดใน AppContainer สิทธิ์ต่ำ สามารถแหก Sandbox ยกระดับสิทธิ์เป็น SYSTEM ได้ทันทีโดยไม่ต้องอาศัยการตอบสนองจากผู้ใช้ ล่าสุด CISA (หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐฯ) ได้เพิ่มช่องโหว่นี้ลงในแคตตาล็อก Known Exploited Vulnerabilities พร้อมกำหนดเส้นตายให้หน่วยงานรัฐบาลกลางแก้ไขภายในวันที่ 22 กันยายน

ช่องโหว่ Zero-Day รายการที่สองคือ CVE-2026-81963 ซึ่งเป็นช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ใน Windows Update Stack ที่ให้สิทธิ์ระดับ SYSTEM แก่ผู้โจมตีเช่นกัน แม้รายละเอียดเชิงลึกจะยังมีออกมาไม่มากนัก แต่ Dustin Childs จาก Zero Day Initiative (ZDI) ให้ความเห็นว่า ช่องโหว่นี้มีแนวโน้มสูงที่จะถูกนำไปใช้ร่วมกับช่องโหว่การรันโค้ดอื่นๆ เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์หรือแรนซัมแวร์  เข้าสู่ระบบ จึงแนะนำให้ผู้ดูแลระบบรีบดำเนินการอัปเดตอย่างเร่งด่วน

แม้จะยังไม่พบการโจมตีจริง แต่ Childs ได้จัดให้ CVE-2026-55007 เป็นแพตช์ที่ “สำคัญที่สุด” สำหรับ Exchange Server ช่องโหว่นี้ช่วยให้ผู้โจมตีจากระยะไกลโดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน สามารถรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้เพียงแค่ส่งอีเมลที่มีไฟล์แนบ Visio อันตรายเข้ามา โดยโค้ดจะทำงานทันทีที่เซิร์ฟเวอร์ประมวลผลไฟล์ระหว่างการทำดัชนีเนื้อหา โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเปิดอ่านอีเมล แม้ Microsoft จะระบุว่าเป็นช่องโหว่ที่กระตุ้นให้เกิดได้ยาก แต่แฮกเกอร์ต้องการความแม่นยำแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในการเจาะระบบ

นอกจากนี้ ในรายงานของ ZDI ยังระบุว่ามีแพตช์สำหรับบั๊กประเภทแพร่กระจายตัวเองได้เหมือนหนอนไซเบอร์ (Wormable Bugs) มากถึง 20 รายการ ในรอบการอัปเดตนี้ ซึ่งการพบช่องโหว่กลุ่มนี้ในปริมาณมากถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ไม่ปกติ ผู้ดูแลระบบและองค์กรต่างๆ จึงไม่ควรรอช้า ควรเร่งจัดสรรเวลาหยุดการทำงานของระบบ (Downtime) เพื่ออัปเดตแพตช์ความปลอดภัยทั้งหมดโดยเร็วที่สุด

ที่มา : The Register