หน้าแรก Data Center การโจมตีจากอิหร่านใส่ศูนย์ข้อมูล AWS ทำข้อมูลลูกค้าในบาห์เรนและ UAE เสียหายถาวร

การโจมตีจากอิหร่านใส่ศูนย์ข้อมูล AWS ทำข้อมูลลูกค้าในบาห์เรนและ UAE เสียหายถาวร

Amazon Web Services (AWS) ยอมรับว่าเกิดการสูญหายของข้อมูลและทรัพยากรของลูกค้าอย่างถาวรในประเทศบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) หลังเหตุการณ์โดรนของอิหร่านพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีในภูมิภาคตะวันออกกลางเมื่อหกเดือนก่อน

การอัปเดตข้อมูลเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา AWS ยืนยันว่าไม่สามารถกู้คืนข้อมูลลูกค้าที่จัดเก็บไว้ในภูมิภาคบาห์เรน (me-south-1) และในเขตพื้นที่ให้บริการ (Availability Zone) mec1-az2 ของภูมิภาค UAE (me-central-1) ได้อีกต่อไป

สำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ความเสียหายจำกัดอยู่เพียงเขตพื้นที่ mec1-az2 เท่านั้น ในขณะที่อีกสองเขต (mec1-az1 และ mec1-az3) รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางยังคงเปิดดำเนินการอยู่ โดย AWS กำลังเร่งจัดหาอุปกรณ์และระบบทดแทน พร้อมเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้านบาห์เรนได้รับความเสียหายหนักกว่ามาก โดย AWS ไม่สามารถฟื้นฟูการเข้าถึงทรัพยากรทั้งหมดในภูมิภาคนี้ได้ เนื่องจากความเสียหายกระจายครอบคลุมหลายเขตพื้นที่ให้บริการ จนเกินขีดความสามารถของระบบสำรองข้อมูลที่ออกแบบไว้ และคาดว่าจะแจ้งอัปเดตการฟื้นฟูระบบอีกครั้งช่วงต้นปี 2027

อย่างไรก็ตาม AWS ระบุว่าลูกค้าส่วนใหญ่ในทั้งสองภูมิภาคได้ดำเนินการย้ายข้อมูล ย้ายระบบ หรือใช้ไฟล์สำรอง  ออกไปก่อนหน้าที่ระบบจะล้มเหลวอย่างถาวรแล้ว ทำให้สามารถบรรเทาผลกระทบจากการสูญเสียข้อมูลลงได้บางส่วน

ต้นเหตุการโจมตีเริ่มขึ้นช่วงต้นเดือนมีนาคม เมื่ออิหร่านเปิดฉากยิงโดรนถล่มชาติอาหรับในอ่าวเปอร์เซียเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยศูนย์ข้อมูลของ AWS ใน UAE ถูกโจมตีตรง 2 แห่ง ส่วนในบาห์เรนเกิดความเสียหายทางกายภาพจากการระเบิดในบริเวณใกล้เคียง ไฟฟ้าดับ และความเสียหายจากน้ำในขั้นตอนดับเพลิง

สถานการณ์ในบาห์เรนย่ำแย่ลงในเดือนเมษายนหลังเขตพื้นที่ให้บริการแห่งที่สองถูกทำลายจนระบบออฟไลน์สมบูรณ์ และจากความตึงเครียดในพื้นที่ที่ยังคงยืดเยื้อ ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่ศูนย์ข้อมูล AWS ในตะวันออกกลางอาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีเพิ่มเติมในอนาคต

ที่มา : HNS