หน้าแรก Advertorial ตามไปดูสตอเรจ Huawei OceanStor Dorado V3 ลดต้นทุน TCO ได้มากถึง 75%

ตามไปดูสตอเรจ Huawei OceanStor Dorado V3 ลดต้นทุน TCO ได้มากถึง 75%

แบ่งปัน
ESG Lab สหรัฐอเมริกายีนยันผลทดสอบชัดเจน Huawei OceanStor Dorado V3 มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูง และคุ้มค่าช่วยลดต้นทุน TCO ได้มากถึง 75%

เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานข้อมูลต่างๆ มีมากขึ้นอย่างมหาศาลในยุค Big Data ซึ่งปัจจุบันนี้แนวโน้มการใช้งานอุปกรณ์สำหรับเก็บข้อมูล หรือ “สตอเรจ” นั้น ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน จากเดิมที่เคยใช้เทคโนโลยีแบบดิสก์จานหมุนทั่วไป หรือ Hard Disk Drive (HDD) กำลังพัฒนาไปสู่สตอเรจในลักษณะแบบ Solid State Disk (SSD) มากยิ่งขึ้น

Huawei นับได้ว่าเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์เทคโนโลยีเอ็นเตอร์ไพรส์ระดับโลกและเป็นอันดับหนึ่งในประเทศจีน ซึ่งได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพและคุณภาพของโซลูชั่นด้านไอทีจากผู้ใช้งานองค์กรต่างๆ มากมาย ปัจจุบัน Huawei มีโซลูชั่นที่ออกแบบมาตอบโจทย์สำหรับองค์กรมากมาย ทั้ง เซิร์ฟเวอร์, เน็ตเวิร์ก, ซอฟต์แวร์, สตอเรจ, ระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง, IoT และ Big Data เป็นต้น ที่ช่วยให้องค์กรสามารถประยุกต์ใช้งานโซลูชั่นเหล่านี้ได้

สำหรับครั้งนี้ Huawei เองก็ได้มีการนำเสนอโซลูชั่นด้านสตอเรจที่มากด้วยประสิทธิภาพในรุ่น Huawei OceanStor Dorado V3 เป็นเทคโนโลยีดิสก์แบบ SSD หรือเรียกว่าเป็นเทคโนโลยีสตอเรจในลักษณะแบบ All-Flash เริ่มวางจำหน่ายมาในตลาดให้กับกลุ่มผู้ใช้งานในระดับองค์กร และสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ดีกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งเรื่องของประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูง และคุ้มค่าในด้านการลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO)

Huawei OceanStor Dorado V3 ลดต้นทุน TCO ได้มากถึง 75%
ESG Lab สหรัฐอเมริกายีนยันผลทดสอบชัดเจน ลดต้นทุน TCO ได้ 75%

ล่าสุดเมื่อไม่นานนี้ บริษัทด้านการวิเคราะห์และตรวจสอบประสิทธิภาพระดับโลก Enterprise Strategy Group หรือ ESG Lab จาก สหรัฐอเมริกาโดย คุณโทนี่ พัลเมอร์ ซึ่งเป็นวิศวกรอาวุโส ได้มีการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์ Huawei OceanStor Dorado V3 เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในด้านการลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO)รวมถึงความสามารถในการป้องกันความผิดพลาดของระบบโดยรวม กับแอพพลิเคชั่น ที่มีหน่วยงานองค์กร ใช้งานมากที่สุดในระดับ Top 5 และมีความสำคัญต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก (Mission-Critical Applications) ถึง 3 ประเด็นการทำงานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

– ระบบฐานข้อมูล
– ระบบอีเมล
– ระบบเวอร์ชวลเดสก์ทอป

คุณโทนี่ พัลเมอร์

การทดสอบต่างๆ เหล่านี้ ก็เพื่อที่จะวิเคราะห์ถึงประสิทธิภาพการทำงานและความคุ้มค่าในการลงทุน โดยพิจารณาจากต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) เป็นหลัก โดยมีการจำลองอินฟราสตรัคเจอร์ขึ้นมาโดยใช้เซิร์ฟเวอร์จำนวน 2 ตัว และทำการสร้างระบบเวอร์ชวล เพื่อรันแอพพลิเคชั่นดังกล่าว และมีการทดสอบการถอดดิสก์ออก (จำลองสถานการณ์หากดิสก์เกิดความเสียหาย) ซึ่งเทคโนโลยี RAID-TP ที่มีอยู่ในตัว Huawei OceanStor Dorado V3 ยังคงสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถรองรับในกรณีที่มี Disk สามารถเสียพร้อมกันได้มากสุด 3 ชุด ในขณะที่เทคโนโลยีอื่น เช่น RAID6 รองรับในกรณีที่มี Disk สามารถเสียพร้อมกันได้มากสุด เพียง 2 ชุดจึงส่งผลให้ระบบสตอเรจก็ยังคงดำเนินงานได้ตามปกติ เรียกได้ว่าไม่มีการเกิดดาวน์ไทม์เลย

Huawei OceanStor Dorado V3 นั้นถูกออกแบบโดยทีมงานวิจัยที่มีความสามารถมากกว่า 3,200 ราย

ในแง่ของการคำนวณเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่ายรวมหรือ TCO ที่อาจจะเกิดขึ้นภายใน 5 ปีนั้น สามารถประหยัดลงไปได้ถึง 75% โดยสิ่งที่จะลดก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง, ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ, ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา, ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพลังงานและระบบความเย็น ฯลฯ

ESG ยังสรุปอีกด้วยว่า จุดเด่นของ Huawei ที่มีในตัว Huawei OceanStor Dorado V3 จะทำให้แผนกไอทีหรือผู้ดูแลรับผิดชอบนั้นมีเวลาในการบริหารจัดการและวางแผนการดำเนินงานมากกว่าเดิม และไม่จำเป็นต้องมาปวดหัวกับเรื่องของการบำรุงรักษาสตอเรจอีกต่อไป นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์สตอเรจแบบ All Flash ที่เหมาะกับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ

ด้าน ดร.จุมพต ภูริทัตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้อธิบายว่า Huawei OceanStor Dorado V3 นั้นถูกออกแบบโดยทีมงานวิจัยที่มีความสามารถมากกว่า 3,200 ราย ในสถาบันวิจัย 5 ประเทศทั่วโลกโดย Huawei เป็นผู้ผลิตรายเดียวเท่านั้นที่พัฒนาชิพในการประมาณผลการควบคุม SSD ขึ้นมาเอง รวมทั้งการพัฒนาระบบ Disk และระบบ All-Flash แม้กระทั่งแชสซีส์และโมดูลาร์ต่างๆ ทำให้ทั้งระบบมีการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ, มีเสถียรภาพ, ความคุ้มค่า ยืดอายุการใช้งานของ SSD ให้นานขึ้น และความง่ายในการบริหารจัดการอย่างครบถ้วน, ทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์สตอเรจของ Huawei นั้นมีเสถียรภาพ ยิ่งเมื่อได้ผ่านการรับรองการทดสอบจาก ESG Lab ยิ่งทำให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดร.จุมพต ภูริทัตกุล

ดร.จุมพต เล่าต่อไปว่า Huawei ได้เริ่มรุกตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์มาสักระยะแล้ว โดยมีลูกค้ากว่า 8,000 ราย ในมากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยก็เริ่มมีองค์กรเอ็นเตอร์ไพรส์ในกลุ่มด้านพลังงาน, เฮลธ์แคร์, หน่วยงานการศึกษา, สถาบันการเงินต่างๆ ตลอดจนองค์กรจากภาครัฐ เป็นต้น โดยจัดจำหน่ายผ่านพาร์ทเนอร์เป็นหลัก ซึ่ง Huawei เองก็ให้การสนับสนุนแก่พาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานกับผลิตภัณฑ์ของ Huawei

นอกจากนั้นแล้ว Huawei ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนหน่วยงานองค์การภาครัฐและภาคธุรกิจอย่างเต็มที่เพื่อสานต่อนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในฐานะผู้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญในประเทศเพื่อให้สามารถเดินหน้าสู่การยกระดับประเทศให้ได้ตามเป้าหมาย
Huawei OceanStor Dorado V3 ให้ประสิทธิภาพทำงานที่เหนือชั้น

Huawei ได้รับการจัดอันดับโดย Gartner Magic Quadrant ในปี 2017 ให้อยู่ในตำแหน่ง “Leader” สำหรับตลาดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ General Purpose Array

Huawei OceanStor Dorado V3 เป็น All Flash Array ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบสตอเรจทั่วไปถึง 10 เท่า

นอกจากนั้นสนับสนุนการทำงาน Data Reduction โดยใช้ฟีเจอร์อย่างเช่น ฟีเจอร์ De-Duplication, ฟีเจอร์ Compression ช่วยให้ลดข้อมูลที่จัดเก็บลงได้ถึง 3 เท่า หากพูดถึงความพร้อมใช้งานนั้นผลิตภัณฑ์สตอเรจรุ่นนี้ให้การันตีความพร้อมถึง SLA 99.9999% หมายถึงว่ารองรับแอพพลิเคชันที่มีความสำคัญ และรูปแบบการทำงานแบบ Active/Active ได้

https://www.facebook.com/HuaweiEnterpriseThailand/videos/839061466302559/