ฟอร์ติเน็ต ประกาศรุกตลาดองค์กรไทยและหน่วยงานภาครัฐด้วยโซลูชัน FortiWeb และ FortiAppSec ซึ่งเป็น Web Application Firewall (WAF) ประสิทธิภาพสูง ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนโหมดการทำงานจากการตั้งรับเป็นการป้องกันเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการตอบโจทย์มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ พ.ศ. 2568 (Website Security Standard Version 1.0) ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ครอบคลุมการใช้งานทั้งรูปแบบ On-Premise และระบบคลาวด์
ดร.ศุภกร กังพิศดาร ผู้จัดการประจำประเทศไทยและลาวของฟอร์ติเน็ต ระบุว่าจากสถิติของ สกมช. ในเดือนมกราคม 2569 พบความพยายามบุกรุกระบบและการโจมตีเพื่อเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ในหน่วยงานรัฐและเอกชนรวมกว่า 250 ครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าไฟร์วอลล์แบบเดิมไม่สามารถรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่ได้อีกต่อไป ฟอร์ติเน็ตจึงส่ง FortiWeb เข้ามาปิดช่องโหว่ดังกล่าวด้วยเทคโนโลยี Dual-Layer Machine Learning ที่ช่วยตรวจจับภัยคุกคามแบบ Zero-day ได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหาการบล็อกข้อมูลที่ผิดพลาด (False Positive) เพื่อให้การบริการสาธารณะดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับ 4 จุดแข็งสำคัญของ FortiWeb ที่สอดรับกับข้อกำหนดของ สกมช. ประกอบด้วย การใช้ AI และ Machine Learning ในการป้องกันเชิงรุก, การป้องกันที่ครอบคลุมภัยคุกคามระดับสากลอย่าง OWASP Top 10 และความปลอดภัยของ API, การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) ผ่านฟีเจอร์ DLP และการเข้ารหัส SSL/TLS ที่ช่วยให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA และท้ายที่สุดคือระบบ Bot Mitigation ที่คัดกรองบอทอันตรายออกไปในขณะที่ยังอนุญาตให้บอทที่มีประโยชน์ทำงานได้ปกติ ช่วยรักษาทรัพยากรระบบและความพร้อมใช้งานของเว็บไซต์ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้วยแนวทางที่เน้นการบูรณาการความปลอดภัยเข้ากับระบบเครือข่ายอย่างไร้รอยต่อ โซลูชันจากฟอร์ติเน็ตจึงไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรไทยปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดได้อย่างครบถ้วน แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้งานธุรกรรมออนไลน์และบริการดิจิทัลต่าง ๆ ท่ามกลางสถานการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้นในปัจจุบัน


































