เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา Cloudflare ผู้ให้บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ประสบปัญหา “เส้นทางข้อมูลรั่วไหล” หรือ BGP Route Leak นาน 25 นาที ส่งผลกระทบต่อการรับส่งข้อมูลประเภท IPv6 ทั่วโลก เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดปัญหาข้อมูลล่าช้า ข้อมูลสูญหาย และมีปริมาณทราฟฟิกถูกทิ้งสูงถึง 12 Gbps ซึ่งไม่ได้กระทบแค่ลูกค้าของ Cloudflare เท่านั้น แต่ยังส่งผลลัพธ์เป็นทอดๆ ไปยังเครือข่ายอื่นบนอินเทอร์เน็ตด้วย
ต้นเหตุของเรื่องนี้เปรียบเสมือนการ “บอกทางผิด” โดยปกติแล้วระบบอินเทอร์เน็ตจะใช้โปรโตคอล BGP เป็นตัวกำหนดเส้นทางว่าข้อมูลควรวิ่งไปทางไหนถึงจะถึงเป้าหมายเร็วที่สุด แต่ในครั้งนี้ Cloudflare เกิดการตั้งค่าผิดพลาด (Policy Misconfiguration) บนเราเตอร์ในไมอามี แทนที่จะส่งข้อมูลตามเส้นทางปกติ กลับไปประกาศตัวกับเครือข่ายเพื่อนบ้านว่าเป็น “ทางผ่าน” สำหรับเส้นทางอื่น ๆ ที่ตนเองไม่ได้รับอนุญาตให้จัดการ
ความผิดพลาดนี้เกิดจากการที่วิศวกรต้องการปรับปรุงนโยบายการส่งข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุด แต่กลับลบรายชื่อเส้นทางที่จำกัดไว้ ออกมากเกินไป จนทำให้นโยบายนั้น เป็น Overly Permissive ระบบจึงนำเส้นทางภายในทั้งหมดของ Cloudflare ไปป่าวประกาศให้เครือข่ายภายนอกรับรู้ ข้อมูลจำนวนมหาศาลจึงถาโถมเข้ามาในช่องทางที่ไม่ได้เตรียมรองรับไว้ จนเกิดอาการ “รถติด” และข้อมูลถูกตีกลับในที่สุด
แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะดูเหมือนเป็นเรื่องทางเทคนิคที่ส่งผลต่อความเสถียร แต่ในมุมของความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ถือว่าน่ากังวล เพราะการที่ข้อมูลวิ่งผิดเส้นทางอาจเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาดักฟังหรือวิเคราะห์ข้อมูลได้ คล้ายกับการถูกเบี่ยงเส้นทางรถขนเงินไปในเส้นทางที่เปลี่ยวและไม่มีการป้องกัน ซึ่งเรียกกันในวงการว่า BGP Hijacking แม้ในกรณีนี้จะเป็นเพียงอุบัติเหตุจากการตั้งค่าก็ตาม
บทเรียนครั้งนี้ทำให้เห็นว่าอินเทอร์เน็ตนั้นเชื่อมต่อกันอย่างเปราะบางเพียงใด แม้จะเป็นการแก้ไขค่าเพียงเล็กน้อยบนเราเตอร์ตัวเดียว แต่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในระดับโลกได้ ปัจจุบัน Cloudflare ได้แก้ไขและออกมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการรั่วไหลของเส้นทางในลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต
ที่มา : BPC







































