เกิดเหตุ ระบบคลาวด์ของ Microsoft Azure ล่มทั่วโลก เมื่อเช้าวันพุธตามเวลาแปซิฟิก ส่งผลให้บริการหลักหลายรายการในชุด Microsoft 365 ไม่สามารถใช้งานได้เป็นวงกว้าง รวมถึง Entra, Purview, Defender และบริการคลาวด์อื่น ๆ ที่องค์กรทั่วโลกพึ่งพาใช้งานอยู่
ไมโครซอฟท์ระบุผ่านหน้าเว็บไซต์ Azure Status ว่า ปัญหาเริ่มต้นขึ้นเวลาประมาณ 16:00 UTC โดยเกิดจากการขัดข้องในระบบ Azure Front Door (AFD) ทำให้บางบริการประสบปัญหาด้านการเชื่อมต่อและความพร้อมใช้งาน สาเหตุหลักมาจาก “การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าคอนฟิกโดยไม่ได้ตั้งใจ” ซึ่งนำไปสู่การหยุดชะงักของระบบทั่วโลก
สิ่งที่น่าสนใจคือ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ไมโครซอฟท์จะประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 และยังเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ Amazon Web Services (AWS) คู่แข่งรายใหญ่ของไมโครซอฟท์ ประสบเหตุระบบล่มยาวนานถึง 15 ชั่วโมง ส่งผลให้หลายฝ่ายจับตาเป็นพิเศษว่า เหตุการณ์นี้จะกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้าองค์กรหรือไม่
ต่อมาเวลา 18:11 UTC ไมโครซอฟท์ได้ประกาศว่า ได้เริ่มนำค่า “last known good configuration” หรือการตั้งค่าล่าสุดที่เคยใช้งานได้ปกติกลับมาปรับใช้ใหม่ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพื่อฟื้นฟูระบบให้กลับมาทำงานได้บางส่วน ก่อนจะดำเนินการกู้คืนโหนด (nodes) และเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลไปยังโหนดที่มีความเสถียร เพื่อให้บริการกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ก็ไม่อาจรอดพ้นจากความเปราะบางของระบบคลาวด์ระดับโลก ที่มีผู้ใช้งานนับล้านรายทั่วโลกพึ่งพาอยู่ในทุกวินาที
รายละเอียด – CRN












































