หน้าแรก Applications สุดยอด 8 แอพฯ ฟรี สำหรับงาน VoIP และ Video Calling ประจำปี 2018

สุดยอด 8 แอพฯ ฟรี สำหรับงาน VoIP และ Video Calling ประจำปี 2018

2030
แบ่งปัน

ที่ผ่านมาคงปฏิเสธไม่ได้ว่า Skype เป็นผู้นำตลาดแอพบริการทั้งวอยซ์และวิดีโอมานานหลายปี จนกระทั่งมีศัพท์ที่ฝรั่งใช้คำว่า “Skyping” หรือสไกป์ไปหาคนโน้นคนนี้แทนการโทรผ่านแอปสไกป์ เหมือนกรณีแฟ้บ เครื่องซีรอกซ์ หรือคำว่าไลน์ในเมืองไทย แต่ปัจจุบันก็มีประเด็นปัญหาการใช้งานมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณเสียงที่ไม่ได้คุณภาพ, แอพเจ๊งบ่อย, ใช้เมมเปลือง, หรือเต็มไปด้วยโฆษณาที่น่ารำคาญ เป็นต้น

และปัจจุบันก็มีแอพใหม่มากมายที่มีความสามารถเหมือนกับ Skype แถมยังให้คุณภาพการโทรได้ดีกว่าด้วย อีกทั้งบางแอพยังมีฟีเจอร์พิเศษที่สไกป์ไม่มี มีทั้งแอพที่ออกแบบมาสำหรับคุยในวงเพื่อนหรือครอบครัว และแอพที่เหมาะกับการติดต่อทางธุรกิจ ดังนั้นเราจึงรวบรวม 8 แอพทางเลือกใหม่แทนการใช้ Skype ไว้ดังต่อไปนี้

1. Viber

เป็นคู่แข่งที่อยู่คู่กับ skype มาช้านาน และยังใช้งานได้ดีอยู่จนถึงวันนี้ สามารถใช้แชทหรือโทรหาผู้ใช้ไวเบอร์รายอื่นได้ฟรี แถมใช้แบนด์วิธน้อยกว่าสไกป์ โดยใช้ประมาณ 250kb ต่อนาทีในการโทร นอกจากนี้ยังใช้ส่งรูป เสียง และไฟล์วิดีโอได้ด้วย รวมทั้งโทรหาคนที่ไม่ได้ต่ออินเทอร์เน็ตหรือคนที่ไม่ได้ใช้ไวเบอร์ได้ในราคาประหยัดเช่นกันได้รับการยกย่องว่าเป็นแอพที่ดีที่สุดในการใช้โทรต่างประเทศ และเต็มไปด้วยฟีเจอร์พิเศษหลากหลายอย่างเกม, แชทสาธารณะ, ฟีดข่าว, และวิดีโอคอลแบบละเอียดสูง

2. Hangouts

เป็นแอพส่งข้อความของกูเกิ้ลที่ปัจจุบันโดนแอพค่ายเดียวกันอย่าง Google Duo แย่งตลาดไปเยอะมากจากฟีเจอร์วิดีโอคอลที่ใช้งานง่ายกว่า แต่ถ้าพูดถึงการคุยพร้อมกันหลายคนแล้ว Google Hangouts ยังชนะเลิศ ด้วยความสามารถในการคุยพร้อมกันได้มากถึง 10 คน รวมทั้งสามารถเปิดคุยผ่านหน้าเว็บบนเดสก์ท็อปได้โดยตรง โดยไม่ต้องดาวน์โหลดหรือติดตั้งแอพอะไรเพิ่มเป็นพิเศษ (แต่ก็ยังต้องติดตั้งบนอุปกรณ์พกพาอยู่ดี) สามารถใช้ทั้งหมายเลขหรือที่อยู่อีเมล์ในการระบุปลายทางโทรหาได้เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว แถมยังใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่องทั้งแชทและการโทรศัพท์ รวมทั้งสามารถแชร์รูป, แผนที่, อีโมจิ, สติกเกอร์, และภาพเคลื่อนไหวได้ด้วย รองรับแพลตฟอร์มทั้งวินโดวส์ แมค ลีนุกซ์ แอนดรอยด์ และ iOS เหมาะทั้งการคุยส่วนตัวและการใช้งานเชิงธุรกิจ

3. Signal

เป็นแอพที่ใช้ส่งข้อความ, เอกสาร, รูปภาพ รวมทั้งโทรหาด้วยเสียงคุณภาพสูง และวิดีโอคอลหากันได้ฟรีทั่วโลก เป็นโปรเจ็กต์โอเพ่นซอร์สที่ไม่มีโฆษณา, การดูดข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน, หรือการทำตลาดแฝงใดๆ ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่เร็ว, เรียบง่าย, และปลอดภัย อีกทั้งยังเข้ารหัสข้อมูลที่สื่อสารให้ด้วย มีออพชั่นในการเคลียร์ลบข้อความแชทออกจากระบบหลังเวลาผ่านไประยะหนึ่งได้ รองรับทั้งบนแอนดรอยด์, iOS, และการใช้งานผ่านหน้าเว็บ

4. Voca

เหมาะกับผู้ที่โทรต่างประเทศบ่อยๆ ผ่าน VoIP สามารถทั้งโทรและวิดีโอคอลได้ฟรีเพียงแค่อีกฝ่ายมีแอพ Voca ติดตั้งบนโทรศัพท์เหมือนกัน ไม่เช่นนั้น Voca ก็ยังมีโปรราคาถูกสำหรับโทรเข้าเบอร์โทรศัพท์นอกแอพด้วย มีอินเทอร์เฟซที่ดูคลีน มีขนาดเล็ก เข้ารหัสข้อมูลให้ พร้อมเป็นแอพแชทได้ในตัว รองรับบนแอนดรอยด์และ iOS

5. WhatsApp

เป็นแอพแชทและโทรหากันยอดนิยมที่มีผู้ใช้ระดับหลายล้านคนทั่วโลก เพราะการเปิดให้ใช้งานได้ฟรี บริการเข้ารหัสครอบคลุมแบบ End-to-End สามารถใช้งานได้ทั้งบนเดสก์ท็อปและอุปกรณ์พกพาทุกแพลตฟอร์ม รวมทั้งมีฟีเจอร์ที่สไกป์ไม่มีอย่างการแชร์วิดีโอ, รูปภาพ, และไฟล์แนบต่างๆ ผ่านหน้าแชททั้งส่วนตัวและกรุ๊ปแชท โดยสามารถโทรหาพร้อมกันได้ถึง 4 คน แต่มีปัญหาอย่างหนึ่งคือต้องให้โทรศัพท์สามารถต่อเน็ตตลอดเวลาเพื่อที่ยังสามารถรักษาการล็อกอินเวลาเข้าใช้ผ่านหน้าเว็บ รองรับทั้งวินโดวส์, แมค, ลีนุกซ์, แอนดรอยด์, iOS และใช้ผ่านหน้าเว็บ

6. Jitsi

เป็นโอเพ่นซอร์สที่เหมาะกับผู้ที่กังวลกับการรักษาความเป็นส่วนตัว สามารถเปิดใช้งานผ่านหน้าเว็บได้โดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอพมาติดตั้ง ที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนก่อนใช้ แค่เปิดเว็บก็โทรออกได้เพียงคลิกเดียว มีการสร้างลิงค์สำหรับนำไปแชร์หรือเชิญผู้ใช้รายอื่นมาร่วมการสนทนาได้ อีกทั้งเปิดให้แบ่งปันภาพหน้าจอ, เข้ารหัสการโทร, หรือแม้แต่บันทึกเสียง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ลดเสียงรบกวนและเสียงก้องที่ทำให้คุณภาพเสียงดีขึ้น สามารถใช้งานร่วมกับแอพอื่นอย่าง Slack ได้ฟรีด้วย

7. Ring

อีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี เป็นแพกเกจ GNU ภายใต้ไลเซนส์ GPLv3 ที่ประกาศมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัยมากที่สุด และบริการการสื่อสารที่ไม่ติดกับระบบศูนย์กลาง เชื่อมต่อและค้นหาได้โดยตรงแบบ Peer-to-Peer มีการเข้ารหัสสัญญาณโทรศัพท์แบบ End-to-End พร้อมยืนยันตนโดยใช้เทคโนโลยี RSA/AES/DTLS/SRTP โดยสามารถสื่อสารผ่าน Ring ID (เป็นไอดีสุ่มความยาว 40 ตัวอักษร) หรือผ่านโปรโตคอล SIP หรือสามารถใช้คู่กันหรือสลับกันได้ตามต้องการ แต่จำเป็นต้องลงทะเบียน RingID บนระบบบล็อกเชนก่อนที่จะใช้งานได้รองรับแพลตฟอร์มทั้งวินโดวส์, แมค, ลีนุกซ์, แอนดรอยด์, iOS, และผ่านหน้าเว็บ

8. Appear.in

เน้นความเรียบง่ายเหมือนกับ Jitsi ที่ไม่ต้องลงทะเบียนหรือดาวน์โหลดอะไรเพิ่มก็ใช้งานได้เลย แต่ก็สามารถโหลดแอพบน iOS หรือแอนดรอยด์ได้ถ้าต้องการ เวลาวิดีโอคอลก็แค่สร้าง “ห้อง” ขึ้นมาที่มีลิงค์สำหรับส่งให้ใครก็ตามที่อยากเข้ามาร่วมวงสนทนา สามารถตั้งค่าเพื่อตรวจสอบคนที่เข้ามาในห้อง หรือล็อกห้องไว้กรณีลิงค์หลุดไปสู่คนภายนอกได้ สำหรับโปรแบบฟรีนั้นสามารถสร้างได้ 1 ห้องและโทรหาพร้อมกันได้ 4 คน สำหรับฟีเจอร์อื่นได้แก่การแบ่งปันรูปหน้าจอ, ส่งข้อความแชท, อีโมจิ, และมีสติกเกอร์ด้วย รองรับบนวินโดวส์, แมค, ลีนุกซ์, แอนดรอยด์, iOS และหน้าเว็บ

ที่มา : Fossbytes

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here