หน้าแรก Home Interview True เปิดวิสัยทัศน์ “5G” จัด Showcase @ICONSIAM เตรียมความพร้อมให้ประเทศ

True เปิดวิสัยทัศน์ “5G” จัด Showcase @ICONSIAM เตรียมความพร้อมให้ประเทศ

7682
แบ่งปัน

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้จัดงาน “True 5G Digital Thailand, The 1st Showcase powered by True Move H” เพื่อแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยี 5G ที่จะช่วยปฏิวัติชีวิต และธุรกิจ เพื่อก้าวสู่โลกดิจิทัล นอกจากนั้นแล้วเรายังได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารของทางทรู คุณภัคพงศ์ พัฒนมาศ รองผู้อำนวยการ ธุรกิจโมบายล์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และคุณคนึงเดช ไตรรัตนอุปถัมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค-คุณภาพโครงข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G และพัฒนาการของประเทศไทย

เมื่อเทคโนโลยี 5G คือความท้าทายประเทศครั้งใหม่

ภัคพงศ์ พัฒนมาศ รองผู้อำนวยการ ธุรกิจโมบายล์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เราผ่านการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยี จากยุคของเทคโนโลยีในรุ่นที่ 1 (Generation G1) มาจนถึงจากยุคของเทคโนโลยีในรุ่นที่ 4 (Generation G4) เรียกว่าว่ายุคของการเรียนรู้ของเทคโนโลยีที่ฉลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ในเทคโนโลยีที่ผ่านมาทั้งหมด ไม่ว่าจะดีขึ้นอย่างไรมันก็คือเรื่องของการเชื่อมโยงการสื่อสารที่เกิดขึ้นระหว่าง มนุษย์กับมนุษย์ เท่านั้น เพื่อสร้างสิ่งที่เราเรียกว่า “สังคมแห่งการเชื่อมต่อระหว่างกัน” แต่เมื่อเราก้าวสู่ของจากยุคของเทคโนโลยีในรุ่นที่ 5 (Generation G5) นั่นหมายความว่าเราได้ก้าวไปสู่ยุคของการสื่อสารที่มากกว่าเดิม เพราะจะเป็นการสื่อสารที่จะเกิดขึ้นในระหว่างมนุษย์ และเครื่องจักร ร่วมไปถึงเครื่องจักรต่อเครื่องจักร (machine to machine) ซึ่งนี้ที่เกิดขึ้นเหมืนกับเรากำลังก้าวออกจากประตูบานใหญ่ หรือก้าวออกจากแค่แม่น้ำ ไปสู่มหาสมุทร เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งเลย และคงไม่กล่าวเกินจริงไปว่าเทคโนโลยีคืออีกหนึ่งเทคโนโลยีจะเปลี่ยนโลก (Disruptive Technology) เลย

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราอาจจะได้คุ้นชินกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับข้อมูลจำนวนมหาศาล (Big Data) กันมาบ้างแล้ว แต่การเข้ามา หรือการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีการสื่อสารแบบ 5G มันจะไม่ใช่เรื่องของแต่ บิ๊กดาต้า เท่านั้น แต่จะเปลี่ยนให้โลกก้าวสู่สิ่งที่เรียกว่า “อภิมหาข้อมูล” ซึ่งจะเป็นโลกที่ข้อมูลจะมาจากทุกสิ่งทุกอย่าง

ภัคพงศ์ พัฒนมาศ รองผู้อำนวยการ ธุรกิจโมบายล์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น

ไม่ว่าจะเป็นจากตัว มนุษย์ หรือเครื่องจักร ฯลฯ อีกมากมายมหาศาล ซึ่งเมื่อเรานำเอาเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (IoT) มาใช้ และประมวลวิเคราะห์หาคำตอบ ยิ่งจะทำให้เกิดผลกระทบ อย่างรุนแรง มากขึ้นอีกอย่างที่ยากจะจิตนาการได้

ปัจจุบันในประเทศจีน ได้มีตัวอย่างของการใช้ประโยชน์ของการใช้ “ข้อมูล” ที่เกิดจากอุปกรณ์ต่าง ๆ มาให้ ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ทดสอบประมวลผลในการเขียน “นิยาย” ออกมาได้เป็นเรื่อง ๆ โดยที่นิยายตัวนั้นเขียนขึ้นมาโดยอ้างอิงถึงสิ่งที่ผู้บริโภคที่เป็นนักอ่านสนใจได้อย่างตรงจุด

ทรูมูฟ จะให้บริการที่ตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุด

ในส่วนของผู้ให้บริการอย่าง ทรูมูฟ เอชอาจจะไม่ได้ทำธุรกิจอยู่เพียงบนหลักของการคิดค่าบริการการใช้งาน ผ่านเสียง หรือข้อมูล เหมือนอย่างเช่นในปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว แต่จะกลายเป็นบริการที่อยู่ในรูปแบบของบริการต่าง ๆ ที่ตรงจุด ตรงกลุ่ม แต่ละกลุ่ม ไปเลย เช่น บริการที่เจาะเข้าไปในกลุ่มของที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค ที่เรียกกันติดปากว่า “สมาร์ทโฮม” (Smart Home) เราจะได้เห็น บ้านที่รู้ว่าเราจะเข้าออกบ้านเมื่อไร แล้วเตรียมเปิดหรือปิด แอร์ หรือไฟฟ้า ภายในบ้าน ให้โดยอัตโนมัติ ก่อนที่เราจะกลับเข้าบ้านด้วยซ้ำ

ขณะที่ในส่วนผลกระทบที่จะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม เราอาจจะได้เห็นการลงทุนในลักษณะความร่วมมือในระหว่างอุตสาหกรรม เช่น การเงินการธนาคาร จับมือ ผู้ให้บริการโครงข่าย พัฒนาระบบที่สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เก็บได้อย่างรวดเร็วผ่าน 5G และประมวลผลด้วย เอไอ (AI) หรือ ไบโอแมทริกซ์ (biometrics)

เพื่อพิจารณาในการอนุมัติสิ้นเชื่อให้ได้ผ่านตู้กดเงินสด (ATM) ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อไม่ต้องเสียเวลาในการรอการพิจารณาหลาย ๆ เดือน อย่างเช่นในอดีต แต่จะรู้ผลในเพียงเวลาไม่กี่นาที ประโยชน์ที่ได้ก็จะทำให้ผู้ยื่นขอสินเชื่อกับทางธนาคารสามาถ วางแผน หรือแนวทางในการบริหารเส้นทางการเงิน ให้ตรงกับข้อกำหนด หรือหาทางออกอื่น ๆ ได้

ด้าน คนึงเดช ไตรรัตนอุปถัมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค-คุณภาพโครงข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางด้านโทรคมนาคมในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนที่ตัวมนุษย์เท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนวิถีชีวิต หรือวิธีการแบบเดิม ๆ ไปเลย เป็นการเปลี่ยนสังคมทั้งหมด หรือเปลี่ยนรูปแบบสังคมทั้งหมด

คนึงเดช ไตรรัตนอุปถัมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค-คุณภาพโครงข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ปัญญาประดิษฐ์ทำงานสมานฉันท์กับ 5G

เราต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) กับเทคโนโลยีโครงข่ายเพื่อการสื่อสารอย่าง 5G เป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน อย่างแยกไม่ออก เพราะต้องทำงานเกี่ยวข้องกัน แน่นอนว่าในอดีตทั้ง 2 เทคโนโลยี อาจจะเข้าหา หรือผสานกันได้อย่างลำบากเพราะตัวเทคโนโลยีต้องใช้การลงทุนสูง

แต่ในปัจจุบัน เอไอ ไม่ใช่เรื่องของการลงทุนที่มากมายอีกต่อไป อย่างที่เราเห็นว่ามีนวัตกรรมเอไอ อยู่ในสมาร์ทโฟนแล้ว เป็นเพียงชิปเซ็ตตัวเล็ก ๆ ที่ทำงานได้เป็นอย่างดี ลองนึกภาพว่าหากระบบปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้สามารถคำนวนประมวลผลได้เร็วขึ้นด้วยเทคโนโลยี 5G ประโยชน์ที่ได้จะมหาศาลเพียงใด

ยิ่งในปัจจุบันเราเริ่มที่จะเห็นการพัฒนา เซ็นเซอร์ ในระบบปิดเปิดไฟกันแล้ว และลองจิตนาการว่า หาก ปลั๊กไฟ หรือหลอดไฟ สามารถพ่วงเอาความสามารถในการตรวจจับอุณหภูมิของร่างกายผู้ที่อยู่อาศัยได้แล้ว แจ้งความผิดปกติของอุณหภูมิร่างกาย ที่ผ่านการประมวลผลฐานข้อมูลทางการแพทย์ ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะป่วยเป็นไข้หวัด กี่เปอร์เซ็นต์ ให้รีบทานยา หรือไปพบแพทย์ จะทำให้คุณภาพชีวิดีขึ้นมากขนาดไหน ถามว่าทำไมถึงทำได้ ก็เพราะ 5G นั้นมีความสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วไม่หน่วง (Latency) อย่างที่เทคโนโลยีในรุ่น (Generation) อื่น ๆ ไม่สามารถทำได้ อีกทั้งยังให้ความรวดเร็วในการส่งข้อมูลแตกต่างจากเทคโนโลยี 4G เพิ่มขึ้นถึง 20 เท่า

วันนี้หากมีการใช้ เทคโนโลยีรุ่นที่ 5 (5G Generation of Cellular Mobile Communications) ก็จะทำให้ผู้ประกอบการรู้จักลูกค้ามากกว่าตัวลูกค้าเองด้วยซ้ำ หรือในกระบวนการผลิต เราก็จะได้เห็นทั้งการติดตามเส้นทางการขนส่ง เพื่อคำนวนเวลาในการผลิตได้อย่างถูกต้อง หรือการลดค่าใช้จ่ายจากการซ่อมบำรุงได้ เป็นต้น

อย่างไรก็ดีทั้งนี้ทั้งนั้นเราอาจจะต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ควบคูกันไปด้วยเช่นกัน เพราะหากมีเทคโนโลยีที่ดี แต่ไม่มีคนที่ใช้งานได้ก็ไม่มีประโยชน์

ซึ่งในอนาคตเมื่อมีการนำ 5G มาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ เราจะเห็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ที่จะพลิกโฉมทุกชีวิต จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศไทยจะต้องเตรียมความพร้อม และทำความรู้จักกับเทคโนโลยี 5G ตลอดจนประโยชน์จากการประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ อย่างรอบด้าน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here