TP-Link แบรนด์เราเตอร์ยอดนิยมที่หลายบ้านใช้อยู่ กำลังเผชิญกับมรสุมฟ้องร้องระลอกใหญ่ในสหรัฐอเมริกา โดยล่าสุดอีก 4 รัฐอย่าง ฟลอริดา ไอโอวา มอนแทนา และเนบราสกา ได้แท็คทีมกันยื่นฟ้องบริษัท TP-Link Systems ในศาลระดับรัฐเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้ยอดรวมรัฐที่ลุกขึ้นมาฟ้องร้องเพิ่มเป็น 5 รัฐแล้ว หลังจากที่รัฐเท็กซัสได้เปิดประเดิมยื่นฟ้องไปก่อนหน้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
สาเหตุหลักที่ทำให้หลายรัฐในอเมริกาตื่นตัวและยื่นฟ้องพร้อมกัน มาจากข้อกล่าวหาใหญ่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือการ “โฆษณาเกินจริงเรื่องความปลอดภัย” โดยฝั่งอัยการระบุว่า TP-Link โปรโมตบริการ HomeShield ที่ติดมากับเครื่องว่าช่วยปกป้องเครือข่ายได้ครอบคลุมทุกสถานการณ์ แต่ในความเป็นจริงกลับพบช่องโหว่หลายจุด ทั้งยังพบเราเตอร์หลายรุ่นเคยถูกแฮก และบางรุ่นอย่าง Archer AX21 ก็ถูกลอยแพหยุดแจกไฟล์อัปเดตแก้ไขความปลอดภัยไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 นอกจากนี้ ยังมีรายงานช่องโหว่ทางเทคนิคอีกอย่างน้อย 5 จุดในอุปกรณ์ที่ส่งมอบผ่านผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) อีกด้วย
ประเด็นที่สอง ซึ่งถือเป็นเรื่องค่อนข้างอ่อนไหว คือเรื่อง “เบื้องหลังความสัมพันธ์กับประเทศจีน” ทางรัฐผู้ฟ้องมองว่า TP-Link พยายามบิดเบือนข้อมูลเพื่อทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าบริษัทแยกตัวออกจากจีนอย่างสิ้นเชิงแล้ว แม้จะมีการปรับโครงสร้างองค์กรในปี 2024 แต่ข้อมูลรายงานข่าวช่วงเดือนเมษายน 2025 กลับพบว่า TP-Link ยังคงมีการจ้างงานพนักงานในจีนรวมกันกับบริษัทเดิมสูงถึง 11,000 คน ยิ่งไปกว่านั้น แม้บริษัทจะเคลมว่าเราเตอร์ที่ขายในสหรัฐฯ ผลิตในประเทศเวียดนาม แต่เมื่อเจาะลึกดูมูลค่าชิ้นส่วนทั้งหมด พบว่ามีเพียง 0.5% เท่านั้นที่หาได้ในเวียดนาม ส่วนอีก 99.5% ที่เหลือเป็นการนำเข้ามาจากหรือผ่านทางประเทศจีนทั้งสิ้น
ไม่เพียงเท่านั้น คำฟ้องยังชี้ให้เห็นถึง “ความเสี่ยงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล” ผ่านแอปพลิเคชันที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง Tether, Tapo, Deco และ Kasa Smart ที่มีการเก็บข้อมูลทั้งอีเมล ตำแหน่งที่ตั้ง และหมายเลขประจำเครื่อง โดยฝั่งผู้ฟ้องกังวลว่ากฎหมายข่าวกรองของจีนปี 2017 อาจเปิดช่องให้หน่วยงานรัฐบาลจีนบีบขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ทางสำนักงานอัยการสูงสุดของรัฐไอโอวายังระบุด้วยถ้อยคำที่รุนแรงว่า เฟิร์มแวร์ของ TP-Link อาจเปิดช่องให้รัฐบาลจีนแอบเข้าถึงอุปกรณ์และข้อมูลของประชาชนในรัฐได้โดยตรง
ตอนนี้ความกดดันขยายวงกว้างไปสู่นโยบายระดับประเทศแล้ว เพราะอัยการสูงสุดจาก 21 รัฐได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) เพื่อขอให้ตรวจสอบและระงับการอนุมัติเราเตอร์รุ่นใหม่ๆ ของ TP-Link ขณะที่รัฐที่ยื่นฟ้องเรียกร้องให้ศาลสั่งปรับเงินสูงสุดถึง 10,000 ดอลลาร์ต่อการฝ่าฝืนหนึ่งครั้ง เรียกคืนรายได้จากการขาย และบังคับให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลแหล่งที่มาของชิ้นส่วน รวมถึงช่องโหว่ทางไซเบอร์ให้ผู้บริโภครับทราบอย่างโปร่งใส
ทางด้าน TP-Link โดย สตีฟ คอฟสกี เจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ ได้ออกมาโต้ตอบอย่างทันควันว่า คดีฟ้องร้องทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ไม่เป็นความจริง และเป็นการลงโทษบริษัทอเมริกันอย่างไม่เป็นธรรมโดยไม่ได้ช่วยส่งเสริมความมั่นคงแห่งชาติแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่า TP-Link มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ดำเนินงานเป็นอิสระ ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลต่างชาติ และที่สำคัญคือ “ไม่มีวันแชร์ข้อมูลเครือข่ายของลูกค้าให้แก่รัฐบาลต่างชาติหรือบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างแน่นอน”
ที่มา : THN





































