หน้าแรก Networking & Wireless ตามไปสัมผัสกับ 10 สุดยอดบริการ VPN ประจำปี 2019

ตามไปสัมผัสกับ 10 สุดยอดบริการ VPN ประจำปี 2019

1299
แบ่งปัน

ธุรกิจด้านการให้บริการวีพีเอ็นทั่วโลกนั้นเติบโตถึงระดับหลายพันล้านดอลลาร์ฯ แล้ว แถมยังเข้ามาเป็นส่วนสำคัญที่จำเป็นต่อชีวิตผู้ใช้ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์อย่างแท้จริงอีกด้วย ซึ่งรายชื่อบริการ VPN ที่ถือว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุด 10 เจ้าประจำปี 2019 มีดังต่อไปนี้

1. ExpressVPN

มาจาก British Virgin Island ไม่บล็อกทราฟิก Netflix จากสหรัฐฯ เป็นมิตรกับขาโหลดบิทด้วยการจัดเซิร์ฟเวอร์ที่อุทิศสำหรับ P2P โดยเฉพาะ และมีไลฟ์แชทซัพพอร์ตตลอด 24 ชั่วโมง แต่ยอมให้มีการเชื่อมต่อพร้อมกันได้มากสุดเพียง 3 การเชื่อมต่อ และราคาค่อนข้างแพงระดับหนึ่ง ExpressVPNมีฟีเจอร์ที่หลากหลาย และความเร็วที่เรียกได้ว่าเร็วที่สุดในตลาดด้วยอัพไทม์มากถึง 99.9% ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่สุดที่คนส่วนใหญ่เลือกเจ้านี้

2. IPVanish

มาจากสหรัฐฯ มีโปรใช้แล้วไม่พอใจสามารถคืนเงินได้ภายใน 7 วัน รองรับแอพหลากหลายเช่น วินโดวส์, แมค, iOS, Fire TV มีบริการซัพพอร์ทผ่านแชตที่ค่อนข้างไว แต่ไม่มีช่วงโปรให้ทดลองใช้ฟรี IPVanishมีฟีเจอร์พื้นฐานหลายตัวที่ดูดีกว่าเจ้าอื่น มีเลขไอพีที่แชร์กันมากกว่า 40,000 รายการ, ไม่จำกัดทราฟิกP2P, และเปิดให้เชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันได้มากถึง 10 ตัว ที่สำคัญที่สุดคือการเปิดอนุญาตการโหลดบิทบนทุกเซิร์ฟเวอร์ แทนที่จะบังคับให้ใช้เซิร์ฟเวอร์สำหรับ P2P แค่บางเครื่องเหมือนเจ้าคู่แข่ง

3. CyberGhost VPN

สัญชาติโรมาเนีย รองรับการใช้งานแบบ P2P ใช้การเข้ารหัสข้อมูลแบบ AES 256 บิต มีประสิทธิภาพปานกลาง มาพร้อมกับฟีเจอร์ชั้นสูงหลายรายการ แต่อินเทอร์เฟซใช้งานยากประมาณหนึ่ง ถือเป็นเจ้าน้องใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเวลารวดเร็ว จนปัจจุบันมีผู้ใช้บริการรวมกันมาถึง 10 ล้านคนทั่วโลก ด้วยฟีเจอร์ที่ดีที่สุดตัวหนึ่งที่แยก CyberGhostออกจากคู่แข่งคือ การจับเชื่อมต่อเข้ากับเซิร์ฟเวอร์ที่ให้ประสิทธิภาพดีที่สุดตามตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่สัมพันธ์กับแอพที่ใช้งานนั้นๆ

4. PIA VPN (Private Internet Access)

เป็นของแคนาดา เด่นเรื่องนโยบายการไม่บันทึก Log อย่างเข้มงวด พร้อมบล็อกโฆษณาและเว็บอันตรายทั้งหลายให้ ประสิทธิภาพค่อนข้างดี แต่ไม่มีการเปิดให้ทดลองใช้งานฟรี รวมทั้งยังมีเซิร์ฟเวอร์ครอบคลุมน้อย โดย PIA หรือ Private Internet Access เจ้านี้ค่อนข้างมีฟีเจอร์เกี่ยวกับวีพีเอ็นที่ดีที่สุดครบเกือบทั้งหมด ในราคาสุดประหยัด แม้จะมีเซิร์ฟเวอร์กระจายตามภูมิภาคต่างๆ แค่ 33 จุดทั่วโลก แต่ก็ค่อนข้างเพียงพอสำหรับการใช้งานประมาณหนึ่ง จนทำให้มีคนแย่งกันใช้งานเจ้านี้อย่างล้นหลาม

5. PureVPN

เป็นของฮ่องกง เด่นที่ประสิทธิภาพ และไม่มีการบันทึกประวัติการใช้งาน แต่มักมีปัญหาด้าน DNS บ้าง PureVPNมีเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่มากกว่า 500 เครื่องในกว่า 140 ประเทศทั่วโลก โดยบางเซิร์ฟเวอร์ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานแบบ P2P ที่เปิดให้ใช้แบนด์วิธและความเร็วแบบไม่อั้นด้วย ถูกใจขาโหลดบิทเป็นอย่างมาก

6. NordVPN

มาจากปานามา เปิดให้เชื่อมต่อพร้อมกันได้มากถึง 6 การเชื่อมต่อ มีประสิทธิภาพที่ค่อนข้างดี ราคาจับต้องได้ มีช่วงเปิดให้ทดลองใช้ฟรี แต่ประสิทธิภาพไม่ได้นิ่งซะทีเดียว ขึ้นกับช่วงเวลาระหว่างวัน NordVPNมีฟีเจอร์ความปลอดภัยที่เป็นเอกลักษณ์หลายตัวไม่ว่าจะเป็น Cybersec, Double VPN, และ Onion-over-VPN รวมทั้งมีระดับการเข้ารหัสที่เรียกได้ว่าดีที่สุด, รองรับโปรโตคอลหลากหลาย, มีเครือข่ายที่ใช้เซิร์ฟเวอร์หลายตำแหน่ง โดยทั้งหมดนี้ไม่ได้แพงเลย

7. ProtonVPN

สัญชาติสวิส มีนโยบายไม่บันทึก Log, ใช้งานง่าย, ประสิทธิภาพปานกลาง แต่มีฟีเจอร์ค่อนข้างจำกัดสำหรับผู้ใช้แบบฟรีและแบบแผนเบสิก จริงๆ แบบฟรีของ ProtonVPNถือว่าคุณภาพดีทีเดียว เป็นทางเลือกที่เหมาะสมโดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทดสอบบริการก่อนจ่ายเงินจริง แต่ก็ค่อนข้างทำงานได้ช้าเพื่อจูงใจให้ลูกค้าหันมาเลือกใช้โปรพรีเมียมมากกว่า

8. VPNhub

อยู่ที่ไซปรัส มีจุดเด่นอยู่ที่ไม่มีกรณีข้อมูลรั่วไหล มี Kill Switch และซัพพอร์ตตลอด 24 ชั่วโมง แต่บริการเจ้านี้ถูกบล็อกไม่ให้ใช้ในบางประเทศ VPNHubจริงๆ เปิดตัวโดยเว็บโป๊เจ้าดังอย่าง Pornhub แต่ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อดูวิดีโออย่างว่าเพียงอย่างเดียว ผู้ใช้สามารถนำมาใช้กับการท่องเว็บแบบไพรเวทได้ด้วยเช่นกัน

9. VyprVPN

เป็นของสวิสเซอร์แลนด์ มีข้อดีตรงที่มีไลฟ์ซัพพอร์ต ไม่บล็อก Netflix และไม่บันทึก Log แต่มีรายงานพบปัญหาการเชื่อมต่อบ้าง VyprVPNมีเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 700 เครื่องในกว่า 70 ตำแหน่งทั่วโลกแถมยังใช้งานร่วมกับอุปกรณ์และแอพมากมายไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์, แมค, iOS, แอนดรอยด์, รวมไปถึงอุปกรณ์อย่างเราเตอร์, QNAP, Anonabox, สมาร์ททีวี, และ Blackphone

10. Mullvad VPN

เป็นของสวีเดน มีข้อดีที่ไม่มีการบันทึก Log และให้บริการด้วยความเร็วสูง แต่ไม่มีแชทซัพพอร์ตออนไลน์ ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างรวดเร็วจากความปลอดภัยที่เป็นเลิศ, ใช้งานง่าย, และค่าสมาชิกรายเดือนถูก ให้บริการผ่านโปรโตคอล OpenVPN และ WireGuard VPN

ที่มา : Hackread