Digital Transformation หรือการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัล นับเป็นแนวทางที่กำลังขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเชิงกลยุทธ์และการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจ โดยจากรายงาน Technology Spending Intentions 2023 ของ TechTarget’s Enterprise Strategy Group พบว่า 77% ขององค์กร กำลังอยู่ในกระบวนการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัล
โดยหัวใจสำคัญของการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัลก็คือเทคโนโลยีที่อาศัยบริการ Public Cloud เพื่อเพิ่มความคล่องตัว โดยจำนวนกว่า 46% ขององค์กร ได้ประกาศใช้นโยบาย Cloud-First สำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชัน รวมถึงการทำเปิดกว้างของทรัพยากรคลาวด์ที่แพร่หลายมากขึ้น ทำให้องค์กรสามารถขยายธุรกิจและสร้างนวัตกรรมได้รวดเร็ว โดยใช้ข้อมูลทั้งแบบเฉพาะ, แบบแชร์ และแบบสาธารณะ เพื่อสร้างแอปพลิเคชันที่มีคุณค่าสูงขึ้นสำหรับลูกค้า
การเผชิญกับความท้าทายด้านข้อมูลกับการใช้งานคลาวด์
องค์กรจำนวนมากได้พัฒนาแอปพลิเคชันบนคลาวด์เพื่อตอบโจทย์ปัญหาทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว และยังมีแนวโน้มจะย้ายแอปพลิเคชัน On-Premises ขึ้นคลาวด์มากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งการเปิดกว้างด้านข้อมูล (Data Democratization) ทำให้ผู้ใช้และแอปพลิเคชันจำนวนมากเข้าถึงและใช้งานข้อมูลมหาศาลได้ง่ายผ่านเครื่องมือ อินเทอร์เฟซ และ API ที่ใช้งานง่าย แม้จะเพิ่มคุณค่าแก่ผู้ใช้ปลายทาง แต่ก็สร้าง ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลอ่อนไหวถูกย้ายขึ้นสู่คลาวด์มากขึ้น
องค์กรจึงจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมที่สามารถ ตรวจสอบ รายงาน และตอบสนองต่อการเข้าถึงข้อมูลแบบอัตโนมัติ โดยต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ ข้อมูลท่สำคัญ (Sensitive Data) ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสูงสุดขององค์กร แม้องค์กรจะได้รับประโยชน์มากมายจากคลาวด์ แต่ก็ต้องเผชิญ ความท้าทายด้านข้อมูล เช่น การกระจายตัวของข้อมูลบนคลาวด์ต่างๆ การใช้งานข้อมูลข้ามแอปพลิเคชัน และการควบคุมข้อมูลที่ผู้ใช้หลายฝ่ายเข้าถึงได้ สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้การระบุ การจัดเก็บ และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะเดียวกันหน่วยงานกำกับดูแลยังออกข้อกำหนดด้าน Compliance ที่เข้มงวดขึ้น หากองค์กรไม่สามารถปฏิบัติตามได้ก็เสี่ยงต่อค่าปรับจำนวนมากและการตรวจสอบที่สิ้นเปลืองเวลา

ข้อกำหนดด้าน Compliance ที่องค์กรต่างๆ ต้องเข้าใจ
ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นสิ่งจำเป็นต่อองค์กร ยิ่งองค์กรใดที่นำข้อมูลที่มีความสำคัญไปอยู่บนคลาวด์มากขึ้น องค์กรนั้นก็ยิ่งต้องปกป้องและปฏิบัติตามกฏระเบียบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดมากขึ้น เพื่อบังคับให้องค์กรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล หน่วยงานด้านกฎหมายได้เพิ่มค่าปรับการไม่ปฏิบัติตาม เช่น GDPR กำหนดโทษปรับสูงสุดถึง 4% ของรายได้รวมทั่วโลกต่อปี นอกจากค่าปรับ องค์กรยังต้องเผชิญความเสียหายต่อชื่อเสียง ผลทางกฎหมาย และต้นทุนในการแก้ไขปัญหาที่ Audit ตรวจพบ ซึ่งอาจทำให้กิจกรรมธุรกิจสำคัญต้องหยุดชะงัก
นอกจากนี้ องค์กรยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมายที่หลากหลายอื่นๆ เช่น CCPA, HIPAA และ GDPR ที่แตกต่างกันทั้งการนิยามของความสำคัญของข้อมูล ระยะเวลาการรายงานเมื่อเกิดเหตุรั่วไหล และข้อกำหนดการตรวจสอบ เมื่อผู้บริโภคและหน่วยงานกำกับดูแลเข้มงวดมากขึ้น กฎระเบียบก็ซับซ้อนขึ้น และค่าปรับจากการละเมิดก็รุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่ข้อมูลกระจัดกระจายบนคลาวด์ต่างๆ
เสริมความปลอดภัยข้อมูลและสร้างระบบ Compliance ด้วย IBM Security Guardium
องค์กรใหม่จำเป็นต้องเร่งสร้าง โปรแกรมด้าน Compliance ให้ครอบคลุมกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อและต้องลงทุนในเครื่องมือด้านความปลอดภัยข้อมูล เช่น ระบบตรวจจับการรั่วไหลของข้อมูล การค้นหาข้อมูลที่ไม่รู้จัก และการเข้ารหัสข้อมูล เครื่องมือเหล่านี้ช่วยเพิ่มการมองเห็น การตรวจสอบ และสนับสนุนการรายงาน Compliance แต่เมื่อข้อกำหนดซับซ้อนขึ้น องค์กรจำเป็นต้องใช้ โซลูชันที่ครอบคลุมและรวมศูนย์ข้อมูลจากหลายแหล่ง (Data Silos) เพื่อปกป้องข้อมูลและทำให้ Compliance ง่ายขึ้น

IBM Guardium Data Protection เป็นแพลตฟอร์มด้านความปลอดภัยข้อมูล (Data Security Platform) ที่ช่วยเสริมพลังให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถ ปกป้องข้อมูลสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการ ค้นหาและจัดหมวดหมู่ข้อมูลแบบอัตโนมัติและต่อเนื่อง, การประเมินช่องโหว่เชิงลึก (Vulnerability Assessments) และการตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูง (Advanced Threat Detection)
แพลตฟอร์มนี้สามารถขยายการปกป้องข้อมูลได้อย่างครอบคลุมในสภาพแวดล้อมข้อมูลที่หลากหลาย อาทิ:
– ฐานข้อมูล (Databases)
– แพลตฟอร์มข้อมูล (Data Platforms)
– คลังข้อมูล (Data Warehouses)
– พื้นที่แชร์ไฟล์ (File Shares)
– ระบบไฟล์ (File Systems)
– เมนเฟรม (Mainframes)
นอกจากนี้ IBM Guardium ยังมี ศูนย์ควบคุมแบบรวมศูนย์ (Centralized Control Console) เพื่อช่วยให้องค์กรบริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบ On-Premises และ Cloud ตอบโจทย์ความต้องการทั้งด้าน Security และ Compliance ได้ครบถ้วน
บทสรุป
การย้ายแอปพลิเคชัน งานประมวลผลและข้อมูลสำคัญไปยังคลาวด์ ทำให้องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายด้าน ความปลอดภัยข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อมูลที่กระจัดกระจายตามหลายแพลตฟอร์มทำให้การระบุ จัดหมวดหมู่ ปกป้อง และควบคุมการเข้าถึง รวมถึงการทำตามข้อกำหนดต่างๆ ซับซ้อนมากขึ้น
องค์กรจึงต้องการแพลตฟอร์มด้านความปลอดภัยข้อมูลที่ครอบคลุม ซึ่งสามารถค้นหาและปกป้องข้อมูลได้ไม่ว่าข้อมูลจะอยู่ที่ใด โดย IBM Security Guardium ได้พิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพสูงในการจัดการความปลอดภัยข้อมูลและ Compliance ในระดับองค์กร และเมื่อผนวกกับ Analytics และ Risk-Based User Experience ที่ทันสมัย ทำให้ IBM Guardium Insights กลายเป็นโซลูชันทรงพลังที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโปรแกรมความปลอดภัยข้อมูล อีกทั้งองค์กรสามารถ ทำงานด้าน Compliance อัตโนมัติ รวมศูนย์การจัดการข้อมูลจากคลาวด์ต่างๆ ได้ดีขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มการมองเห็น และควบคุมการเข้าถึงข้อมูลสำคัญในสภาพแวดล้อม Hybrid ได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพขั้นสูง
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
โทรศัพท์: 02-089-4000
อีเมล: MKTMCC@metroconnect.co.th
เว็บไซต์: www.metroconnect.co.th







































