หน้าแรก Cloud ความแตกต่างของการประมวลผลแบบ Edge เมื่อเทียบกับ Cloud

ความแตกต่างของการประมวลผลแบบ Edge เมื่อเทียบกับ Cloud

1809
แบ่งปัน
edge

Edge Computing ถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่หลายคนมองว่าจะเข้ามาแทนที่สถาปัตยกรรมบนคลาวด์แบบเดิม ซึ่งแม้ไม่เป็นความจริงทั้งหมด แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีหลายกรณีที่การแบ่งโหลดการประมวลผลไปไว้ที่อุปกรณ์ปลายทางมักให้ประสิทธิภาพมากกว่า การรวมโหลดทั้งหมดจากศูนย์กลางบนคลาวด์แต่อย่างเดียว โดยเฉพาะในด้านเครือข่ายและสตอเรจ

จริงๆ แล้ว Edge Computing ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของคลาวด์คอมพิวติงเช่นกัน แต่ต่างจากโครงสร้างคลาวด์แบบเดิมที่รวมการประมวลผลทุกอย่างอยู่บนคลาวด์ และเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ในดาต้าเซ็นเตอร์แห่งเดียว เพราะ Edge Computing จะผลักภาระการประมวลผลข้อมูลไปยังอุปกรณ์ขอบนอกของเครือข่ายด้วย ซึ่งช่วยลดปริมาณข้อมูลที่ต้องส่งรับจาก Edge กับคลาวด์ได้อย่างมาก

ตัวอย่างการใช้งานที่เห็นได้ชัดได้แก่ IoT ซึ่งอุปกรณ์กลุ่มดังกล่าวมักจัดเก็บข้อมูลที่กระจายตามตำแหน่งที่ตั้งต่างๆ ผ่านตัวเซ็นเซอร์ ซึ่งปกติมักส่งข้อมูลเข้ามาศูนย์กลางผ่าน WAN อย่าง MPLS, เครือข่ายโทรศัพท์, หรือวีพีเอ็นผ่านอินเทอร์เน็ต การรวมศูนย์ประมวลผลข้อมูลไว้หนึ่งเดียวนั้นจำเป็นในบางกรณี แต่ก็หลายกรณีที่ไม่จำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดจากทุกที่เพื่อประมวลผลเช่นกัน บางครั้งถ้าตัวเซ็นเซอร์สามารถประมวลผลข้อมูลด้วยตัวเอง แล้วส่งแค่ผลลัพธ์มาให้ส่วนกลางก็จะช่วยประหยัดทั้งแบนด์วิธ และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมเป็นอย่างมาก

สรุปคือ ถ้าไม่มีความจำเป็นที่ต้องรวมข้อมูลดิบมาไว้ที่เดียวกันก่อน ก็ไม่ควรผลาญแบนด์วิธบนเครือข่ายโดยไม่จำเป็น ควรประมวลผลให้เสร็จจากอุปกรณ์ปลายทางแล้วส่งมารวบรวมเฉพาะผลลัพธ์เท่านั้น ซึ่งเรามักเห็นได้ชัดกับเครือข่ายของอุปกรณ์ IoT ดังตัวอย่างข้างต้น และ Edge Computing ยังเอื้อกับระบบประมวลผลที่ไม่ได้เก็บข้อมูลไว้ในระยะยาว ที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์แบบ Big Data เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้งานจริงได้แก่ ในร้านค้าปลีกแต่ละสาขาที่มีการเช็คสต็อคและยอดขายทุกวัน ซึ่งควรส่งเข้ามาที่สำนักงานใหญ่แค่ผลลัพธ์ที่สรุปได้ตามกำหนดเวลาเท่านั้น เพราะสำนักงานใหญ่ไม่มีความจำเป็นต้องคอยสอดส่องดูข้อมูลการซื้อขายแต่ละครั้งแบบเรียลไทม์จำนวนมหาศาลตลอดเวลา แค่รับรายงานสรุปยอดเมื่อสิ้นวันก็เพียงพอ เป็นต้น

แนวคิดของ Edge Computing ได้เอื้อต่อการแก้ปัญหาโหลดแบนด์วิธที่เชื่อมต่อกับคลาวด์ปริมาณมหาศาลได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังประหยัดสตอเรจบนคลาวด์ที่เก็บแต่ขยะโดยไม่จำเป็นได้อีกด้วย เมื่อเราคัดเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นจริงๆ ที่ต้องใช้บริการเก็บข้อมูลบนคลาวด์

ที่มา : Networkcompting

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here