หน้าแรก Applications 14 ฟีเจอร์ที่กำลังจะหายและเปลี่ยนแปลงไปเมื่อวินโดวส์ 11 มาถึง

14 ฟีเจอร์ที่กำลังจะหายและเปลี่ยนแปลงไปเมื่อวินโดวส์ 11 มาถึง

แบ่งปัน


ไมโครซอฟท์ได้เผยแพร่รายการฟีเจอร์ของวินโดวส์ 10 ที่จะโดนดึงออกหรือเปลี่ยนแปลงเมื่อคุณอัพเกรดไปใช้วินโดวส์ 11 แล้ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงบางอย่างค่อนข้างส่งผลกระทบอย่างมากกับผู้ใช้ที่ปรับแต่งวินโดวส์ 10 ให้เข้ากับการใช้งานของตนเองบางแบบที่จำเพาะตัวอย่างเช่น สตาร์ทเมนูของวินโดวส์ 11 อนุญาตแค่ให้คุณผูกทาสก์บาร์เข้ากับด้านล่างของหน้าจอเท่านั้น นั่นหมายความว่าถ้าเดิมคุณเคยเอาทาสก์บาร์ไปยึดกับขอบบนของหน้าจอแล้ว คุณจะทำไม่ได้อีกบนวินโดวส์ 11

ไมโครซอฟท์ยังอธิบายการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างในส่วนของสตาร์ทเมนูด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถอดการรองรับ Live Tiles, การตั้งชื่อกลุ่ม, และการใช้โฟลเดอร์จัดกลุ่มแอพออกไป เป็นต้น

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังเตรียมถอด Internet Explorer โดยเปลี่ยนมาเพิ่ม IE Mode ใน Microsoft Edge แทน ทำให้ไม่น่าจะกระทบกับคนจำนวนมากเท่าไร

ฟีเจอร์อื่นที่โดนเอาออกก็ได้แก่ Tablet Mode, Timeline, และ Wallet รวมทั้งแอพอย่าง 3D Viewer, Paint 3D, OneNote, และ Skype ก็จะถูกถอนการติดตั้งเมื่ออัพเกรดด้วย แต่ก็ยังมีให้โหลดกลับมาใหม่จากสโตร์

โดยรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลง และการถอดฟีเจอร์เดิมของวินโดวส์ 10 ออกนั้นมีดังนี้:

  • Cortana จะไม่ถูกรวมาเวลาบูธเครื่องครั้งแรก หรือปักหมุดให้ใช้บนทาสก์บาร์อีก
  • วอลเปเปอร์บนเดสก์ท็อป จะไม่สามารถซิงค์ไปมาระหว่างอุปกรณ์เมื่อล็อกอินด้วยบัญชีไมโครซอฟท์เดียวกันได้อีก
  • Internet Explorer จะถูกปิดการใช้งาน โดยแนะนำให้หันมาใช้ตัวใหม่อย่าง Microsoft Edge แทนที่จะมีฟีเจอร์อย่าง IE Mode เพิ่มเข้ามาที่อาจเป็นประโยชน์ในการใช้งานบางอย่าง
  • แผงปุ่มทางคณิตศาสตร์ จะถูกเอาออก แต่ก็สามารถเลือกติดตั้งแอพ Math Recognizer แทนทีหลังได้ ซึ่งจะรวมเอาส่วนการกรอกเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์และตัว Recognizer ไว้ด้วยกัน ส่วนการเขียนเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ในแอพอย่าง OneNote ไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
  • ส่วน News และ Interests จะถูกปรับใหม่ โดยให้เข้าถึงได้ผ่านการคลิกไอคอน Widgets บนทาสก์บาร์
  • การแสดงสถานะอย่างง่าย และปุ่มตั้งค่าอำนวยความสะดวกการเข้าถึง (Associated Setting) บนหน้าจอล็อกสกรีนก็โดนเอาออกไปด้วย
  • S Mode จะมีเหลือให้ใช้เฉพาะบนวินโดวส์ 11 แบบ Home Edition เท่านั้น
  • Snipping Tool จะยังมีให้ใช้ต่อไป แต่จะเปลี่ยนโฉมดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่เคยมีในวินโดวส์ 10 ใหม่ โดยจะอยู่ในรูปแอพที่เดิมเป็นที่รู้จักในชื่อ Snip & Sketch
  • เมนู Start ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวินโดวส์ 11 ที่มีการปรับเปลี่ยนและเอาฟีเจอร์เดิมออกที่น่าสังเกตดังนี้:
    • การตั้งชื่อกลุ่ม และจัดแอพเข้าโฟลเดอร์แบบเดิมนั้นจะไม่สามารถทำได้อีก และไม่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดเลย์เอาต์ได้
    • แอพและเว็บไซต์ที่ปักหมุดไว้เดิมจะไม่ได้ถูกย้ายไปวินโดวส์ 11 ด้วย
    • ดีไซน์แบบ Live Tiles จะหายไป โดยสามารถเข้าถึงคอนเทนต์แบบไดนามิกที่สรุปภาพง่ายๆ แบบเดิมนี้ได้จากฟีเจอร์ Widgets ใหม่แทน
  • Tablet Mode ถูกเอาออก โดยเพิ่มฟังก์ชั่นและความสามารถใหม่เข้ามาแทนอย่างเช่น แผงคีย์บอร์ดบนหน้าจอ และการควบคุมสัมผัสแบบ Detach Posture
  • Taskbar ก็ถูกเปลี่ยนแปลงฟังก์ชั่นหลายอย่าง เช่น:
    • ไม่มีการแสดงส่วนของ People บนทาสก์บาร์อีก
    • ไอคอนบางตัวจะไม่แสดงบน System Tray (systray) ของเครื่องที่อัพเกรดแล้ว โดยรวมถึงการปรับแต่งพิเศษที่ทำขึ้นก่อนหน้าด้วย
    • การจัดเรียงในส่วนด้านล่างของหน้าจอนั้น อนุญาตแค่ส่วนของโลเคชั่น
    • แอพต่างๆ จะไม่สามารถปรับแต่งบริเวณบนทาสก์บาร์เป็นของตนเองได้อีก
  • Timeline ถูกเอาออก โดยสามารถไปใช้ฟังก์ชั่นที่คล้ายกันได้บน Microsoft Edge แทน
  • Touch Keyboard จะไม่ฝังล็อกตำแหน่งแบบเดิม โดยเลย์เอาต์ของคีย์บอร์ดที่ลอยอยู่ใหม่บนหน้าจอ 18 นิ้วจะมีขนาดใหญ่ขึ้นให้ใช้งานสะดวก
  • Wallet ก็ถูกเอาออกไป

และแอพต่อไปนี้แม้จะไม่ได้ถูกเอาออกตอนอัพเกรด แต่ก็จะไม่ถูกติดตั้งให้บนอุปกรณ์ที่จำหน่ายใหม่ หรือเมื่อติดตั้งวินโดวส์ 11 แบบคลีน ทั้งนี้ก็ยังมีให้ดาวน์โหลดมาใช้ใหม่ได้จากสโตร์:

  • 3D Viewer
  • OneNote for Windows 10
  • Paint 3D
  • Skype

ที่มา : Bleepingcomputer