หน้าแรก Data Center เซิร์ฟเวอร์จ่อขึ้นราคา! สหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษี กระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

เซิร์ฟเวอร์จ่อขึ้นราคา! สหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษี กระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

ผลจากนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ต้นทุนการจัดซื้อเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้ในภาคธุรกิจทั่วโลกมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงระยะสั้น เนื่องจากความไม่แน่นอนที่ปกคลุมห่วงโซ่อุปทาน

ทำเนียบขาวประกาศเมื่อค่ำวานนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่าสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกชนิดในอัตรา 10% ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน และในวันที่ 9 เมษายน จะมีการเพิ่ม “ภาษีตอบโต้” กับประเทศต่างๆ ที่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น จีน ไทย เวียดนาม และไต้หวัน ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากนโยบายนี้

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้กล่าวว่าเขามีแผนเก็บภาษีกับเซมิคอนดักเตอร์ที่ผลิตนอกสหรัฐฯ โดยเสนอให้มีการเรียกเก็บภาษี 25% สำหรับหน่วยประมวลผล (โปรเซสเซอร์) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเซิร์ฟเวอร์

แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญบางรายเชื่อว่าการเก็บภาษีกับชิปจากจีนอาจไม่มีผลกระทบมากนักในตลาดสหรัฐฯ แต่ประเทศอย่างไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหน่วยความจำและโปรเซสเซอร์รายใหญ่ อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและกระทบต่อทั้งการผลิตและราคาสินค้า

AMD, Dell, HPE และ Lenovo แสดงท่าทีรับมือ

ลิซ่า ซู ซีอีโอของ AMD กล่าวว่า “อาจมีผลกระทบในระยะสั้น แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าในระยะยาวจะเป็นอย่างไร เราต้องติดตามสถานการณ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า” โดยปัจจุบัน AMD ครองส่วนแบ่งตลาดชิป x86 สำหรับเซิร์ฟเวอร์ถึงเกือบหนึ่งในสี่ในไตรมาส 3 ปี 2024 ซึ่งผลิตโดย TSMC ในไต้หวัน

ขณะเดียวกัน HPE ก็ออกมาเตือนว่ารายได้ในไตรมาส 2 ปี 2025 อาจลดลงจากผลกระทบของมาตรการภาษี โดยมารี ไมเยอร์ส ซีเอฟโอของบริษัทระบุว่า “ภาษีใหม่สร้างความไม่แน่นอนให้กับธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ของเรา” และยืนยันว่าบริษัทกำลังดำเนินมาตรการด้านห่วงโซ่อุปทานและการตั้งราคาสินค้าเพื่อบรรเทาผลกระทบ

ทางฝั่ง Dell เจฟฟ์ คลาร์ก รองประธานและซีโอโอ เปิดเผยว่า “ห่วงโซ่อุปทานของเรามีความยืดหยุ่นและหลากหลายระดับโลก ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากภาษีได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าต้นทุนเพิ่มขึ้นจากภาษีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เราอาจต้องปรับราคาสินค้าขึ้น ซึ่งเราเคยทำมาแล้วในอดีต และอาจจะต้องทำอีก”

ในขณะที่ Lenovo แสดงความมั่นใจอย่างมาก โดยซีอีโอหยวนชิง หยาง ระบุว่า “ด้วยฐานการผลิตทั่วโลกของเรา เรามีความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวมากกว่าคู่แข่ง เราจึงมั่นใจว่าสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและผลประกอบการได้”

ด้าน Supermicro ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์จากสหรัฐฯ ที่ขายให้กับกลุ่ม hyperscaler รายใหญ่ แสดงความระมัดระวัง โดยระบุเพียงว่า บริษัทกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและร่วมมือกับหน่วยงานรัฐอย่างเหมาะสม พร้อมจะสื่อสารผลกระทบต่อไปในอนาคต

มาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการผลิตเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับขึ้นราคาทั่วโลกในเร็วๆ นี้

รายละเอียด Theregister