หน้าแรก Home feature บทความ : 9 เคล็ดลับอัพสปีด Wi-Fi สำหรับธุรกิจของคุณ

บทความ : 9 เคล็ดลับอัพสปีด Wi-Fi สำหรับธุรกิจของคุณ

แบ่งปัน


ปัจจุบันนี้การที่ออฟฟิศมีสัญญาณไวไฟเร็วนั้นถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการให้บริการทั้งลูกค้าและพนักงานให้ได้เข้าถึงเครือข่ายไร้สายที่รวดเร็วและเสถียร ซึ่งการทำไซต์เซอร์เวย์และการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะเครือข่ายที่มีทราฟิกหนักมากอย่างเช่น ฮ็อตสปอตในพื้นที่สาธาณะ นอกจากนี้ การใช้งานหลายอย่างก็ต้องใช้ความเร็วสูงด้วย อย่างเช่นการสตรีมวิดีโอ หรือใช้การโทรศัพท์ผ่านสัญญาณไวไฟ ทั้งนี้ สัญญาณรบกวน ความแออัด การออกแบบหรือตั้งค่าที่ไม่เหมาะสม หรือแม้แต่การขาดการบำรุงรักษานั้นล้วนแต่มีผลลบต่อประสิทธิภาพไวไฟทั้งสิ้น

โชคดีที่เรามีหลายเทคนิคที่สามารถใช้แก้ปัญหาดังกล่าวได้ แต่ก่อนอื่นต้องพูดถึงแอร์ไทม์ของไวไฟก่อน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่อุปกรณ์ไร้สายหรือแอคเซสพอยต์ (AP) ใช้ในการส่งสัญญาณข้อมูลนึง ยิ่งส่งสัญญาณช้า อุปกรณ์ก็ต้องใช้แอร์ไทม์มากขึ้นจนแย่งเวลาของอุปกรณ์อื่น

ประเด็นดังกล่าวสำคัญมาก เพราะไม่ใช่ว่าทุกอุปกรณ์สามารถส่งสัญญาณในเวลาเดียวกัน ในแชนแนลเดียวกันได้ นอกจากนี้อุปกรณ์ไคลเอนต์กับ AP ก็ต้องใช้คลื่นในอากาศก้อนเดียวกันด้วย ถ้าเป็นอุปกรณ์เก่าอย่าง Wi-Fi 4 (802.11n) จะสื่อสารได้แค่อุปกรณ์เดียวในเวลาเดียวกัน

ถ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน Wi-Fi 5 (802.11ac) จะเปิดขาดาวน์ลิงค์พร้อมกันหลายคนได้แบบ MIMO ที่ AP สามารถส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์ไร้สายหลายเครื่องพร้อมกันบนแชนแนลเดียวกันได้ นอกจากนี้มาตรฐานที่ใหม่กว่าอย่าง Wi-Fi 6 (802.1ax) ก็เปิดอัพลิงค์หลายเครื่องพร้อมกันเพิ่มด้วย

แต่ปัญหาก็คือไม่ใช่ว่าทุกอุปกรณ์จะรองรับมาตรฐานใหม่ล่าสุดสองมาตรฐานดังกล่าวได้ ดังนั้นเราก็ยังจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องของแอร์ไทม์อยู่ดี ก่อนอื่นถ้าที่ออฟฟิศมีพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณไวไฟโดยสิ้นเชิงแล้ว วิธีแก้อย่างแรกเลยคือการเพิ่มหรือย้าย AP ที่มีอยู่

แต่ถ้าไม่ได้มีพื้นที่ที่โหว่ชัดเจน แค่ความเร็วเน็ตค่อนข้างช้า ก็สามารถใช้เทคนิคที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ก่อนจะตัดสินใจเพิ่มหรือย้าย AP และถ้ามีไวร์เลสคอนโทรลเลอร์หรือ AP ที่เป็นคอนโทรลเลอร์แบบบิวท์อิน ก็จะสามารถตั้งค่าได้จากศูนย์กลางได้ง่ายกว่าล็อกอินเข้าไปแก้บน AP ทีละเครื่อง

1. ลดสัญญาณรบกวน
หนึ่งในสิ่งที่ควรทำแรกๆ เวลาปรับปรุงประสิทธิภาพของไวไฟก็คือการลดหรือกำจัดสัญญาณรบกวน แต่กรณีไวไฟนั้นเราไม่สามารถควบคุมสื่อที่สัญญาณใช้ได้ง่ายเหมือนสายเคเบิลบนเครือข่ายที่ใช้สาย ดังนั้นอย่างไรก็ต้องมีการรบกวนสัญญาณอยู่ดี

ตัวอย่างเช่นเครือข่ายไวไฟใกล้เคียง สัญญาณรบกวนในแชนแนลเดียวกัน หรือสัญญาณคลื่นอื่นที่ไม่ใช่ไวไฟแต่ใช้ช่วงสเปกตรัมเดียวกัน เราควรเริ่มจากปัจจัยที่ควบคุมได้มากที่สุดคือ สัญญาณรบกวนที่อยู่ในแชนแนลเดียวกัน

สัญญาณรบกวนนี้เกิดจากมีแอคเซสพอยต์ตั้งแต่สองเครื่องที่ใช้แชนแนลซ้อนทับกัน ซึ่งเราควรตรวจสอบว่ามีการตั้งค่าให้ AP เลือกแชนแนลเองหรือ Auto-Channel หรือไม่ ปัญหาแชนแนลทับกันส่งผลต่อแบนด์ 2.4GHz มากกว่าในแบนด์ 5GHz

2. หันมาใช้แบนด์ 5GHz และฟีเจอร์บังคับไคลเอนต์เลือกแบนด์
เนื่องจากแบนด์ 5GHz มีหลายแชนแนลมากกว่าย่านความถี่ 2.4GHz เราจึงควรเลือกใช้ AP แบบดูอัลแบนด์ที่รองรับย่านความถี่ 5GHz ด้วย นอกจากนี้ยังควรเลือกใช้ฟีเจอร์ Band-Steering บน AP ที่รองรับเพื่อจูงใจให้อุปกรณ์ดูอัลแบนด์เหมือนกันมาเลือก 5GHz แทน

3. เลือกใช้ WPA2 และ/หรือ WPA3
แน่นอนว่าการเข้ารหัสด้วยรหัสผ่านตรงๆ แบบ WEP เก่านั้นไม่ปลอดภัยกันแล้ว แม้ AP เกือบทุกรุ่นในตลาดจะยังรองรับอยู่ เราควรใช้โปรโตคอลที่ปลอดภัยกว่าอย่าง Wi-Fi Protected Access (WPA) แต่ประเด็นอยู่ที่เวอร์ชั่นที่ใช้

จำไว้ว่า WPA เวอร์ชั่นแรกสุดรองรับอัตรารับส่งข้อมูลบนเครือข่ายไร้สายแค่ 54Mbps ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดของมาตรฐานเก่าอย่าง 802.11a และ 802.11g ดังนั้น เพื่อให้แน่ใจว่าได้ใช้อัตราที่เร็วกว่าที่อุปกรณ์ใหม่กว่ารองรับ ก็ควรใช้เวอร์ชั่นใหม่อย่าง WPA2 และ/หรือ WPA3 แทน

4. ลดจำนวน SSID ที่ใช้
ถ้าคุณตั้งค่า SSID มากกว่าหนึ่งเครือข่ายบน AP แล้ว ระวังว่าเนื่องจากแต่ละเครือข่ายไร้สายที่แบ่งแบบเวอร์ช่วลดังกล่าวนั้นจะต้องมีการบรอดคาสต์บีคอนและแพ็กเก็ตข้อมูลสำหรับบริหารจัดการเครือข่ายนั้นๆ แยกต่างหาก จนเป็นการแย่งแอร์ไทม์กัน

5. อย่าซ่อน SSID
แม้อาจจะช่วยเรื่องความสบายใจ แต่อุปกรณ์ส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ก็แสดงให้เห็นอยู่ดีว่ามีเครือข่าย “นิรนาม” อยู่ใกล้เคียง หรือถ้าใครมีตัววิเคราะห์ไวไฟก็สามารถเรียกดู SSID ที่ซ่อนได้อยู่ดี การซ่อน SSID ยังเพิ่มทราฟิกในการจัดการด้วย

6. ปิดการใช้มาตรฐานและอัตรารับส่งข้อมูลที่ช้ากว่า
แม้อุปกรณ์ไวไฟปัจจุบันรองรับได้มากกว่า 1 Gbps กันแล้ว แต่ AP ก็อาจเลือกส่งด้วยอัตราช้าถึง 1Mbps ในย่านความถี่ 2.4GHz และ 6Mbps ในย่าน 5Ghz ในบางทราฟิกได้ จึงควรเพิ่มค่าอัตราเร็วขั้นต่ำของ AP ที่ทั้งช่วยลดแอร์ไทม์ และยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไวขึ้นด้วย

7. ตั้งค่าความกว้างของช่องสัญญาณให้เหมาะสม
แต่ละช่องสัญญาณนั้นอาจครอบคลุมความถี่มากน้อยแตกต่างกัน ยิ่งแชนแนลกว้างเท่าไร ก็สามารถรับส่งข้อมูลพร้อมกันได้มากเท่านั้น ลดแอร์ไทม์ด้วยในตัว มาตรฐาน 802.11b/g รองรับความกว้างแชนแนลแค่ 20MHz ขณะที่มาตรฐานใหม่ๆ รองรับได้กว้างกว่า

8. ลดขนาดแพ๊กเก็ตข้อมูลและเวลารับส่ง
เราสามารถลดขนาดแพ๊กเก็ตและเวลารับส่งข้อมูลสำหรับบางทราฟิกได้บนบาง AP โดยตั้งค่าในส่วนของการตั้งค่าคลื่นวิทยุขั้นสูง เช่น ถ้าเครือข่ายไม่มีอุปกรณ์ 802.11b แล้ว ก็เปิดฟีเจอร์ Short Preamble Length ได้ เป็นต้น

9. อัพเกรดไปใช้ Wi-Fi 6 (802.11ax)
การปิดการรองรับมาตรฐานสัญญาณไร้สายเก่าๆ จะช่วยเพิ่มความเร็วของทราฟิกสำหรับจัดการเครือข่าย และบังคับอุปกรณ์ที่ทำงานช้าให้เลือกเชื่อมต่อ AP ตัวที่ดีกว่าแทน ดังนั้นถ้ายังมีอุปกรณ์ที่รองรับเฉพาะมาตรฐานเก่าตั้งแต่ Wi-Fi 4 ลงไป ลองอัพเกรดขึ้นมาอย่างน้อยเป็น 5 หรือ 6 แทนทั้งหมด

ที่มา : Networkworld