หน้าแรก Applications เชื่อมจุดต่าง ๆ ทางเทคโนโลยีที่สามารถช่วย SMEs ไทย

เชื่อมจุดต่าง ๆ ทางเทคโนโลยีที่สามารถช่วย SMEs ไทย

155

ธุรกิจขนาดเล็กและกลาง (SMEs) มีบทบาทค่อนข้างสูงทางธุรกิจสำหรับประเทศไทย  แต่เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ที่ตกอยู่ในกับดักของรายได้ระดับกลาง (middle-income trap) ที่จะต้องประสบกับการแข่งขันจาก SMEs ในประเทศอื่น ๆ ที่มีค่าจ้างแรงงานและต้นทุนในการผลิตสินค้าที่ถูกกว่าซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน (อย่างเช่น ประเทศกัมพูชาและประเทศเวียดนาม) อีกทั้งประเทศไทยยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่นำด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมโดยมีกิจกรรมทางธุรกิจที่มีมูลค่าสูงได้เช่นเดียวกันกับ SMEs ในประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศไต้หวันได้ทำสำเร็จมา

รัฐบาลไทยให้การสนับสนุนอย่างสูง ได้พัฒนาแนวคิดในการพัฒนาที่เรียกว่า Thailand 4.0 ขึ้นมาเพื่อสร้างสังคมที่มีพื้นฐานอยู่บนความรู้เพื่อก่อเกิดประโยชน์แก่ทุกภาคส่วนของสังคม Thailand 4.0 เป็นต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจแนวทางใหม่ที่มุ่งมั่นผลักดันประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ระดับกลางที่ประเทศไทยติดอยู่มาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 10 ปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม SMEs ในประเทศไทยกลับลังเลที่จะทุ่มเทกับแนวทางใหม่ที่รัฐบาลริเริ่ม เพราะไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้ประโยชน์จาก Thailand 4.0 และบริษัทจะอยู่รอดอย่างไรในภาวะที่เศรษฐกิจค่อนข้างผันผวนมาก ๆ ต่อไปนี้เป็นแนวทาง 3 ประการที่จะช่วยให้ SMEs ไทยสามารถได้รับผลประโยชน์จาก Thailand 4.0 และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอนาคต เมื่อประเทศกำลังเปลี่ยนแปลงไปเป็นระบบเศรษฐกิจที่นำด้วยนวัตกรรม (innovation-led economy)

ผลักดันการเติบโตให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์
ประเทศไทยเริ่มใช้นโยบายใหม่ที่มีเป้าหมายในการสนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ  มีการสร้างนวัตกรรมและใช้ความคิดสร้างสรรค์ โดยมุ่งที่อุตสาหกรรมยานยนต์หนึ่งใน 10 อุตสาหกรรมหลักสำคัญของประเทศ

เป้าหมายทางธุรกิจล้วนมุ่งไปที่ความต้องการที่เหมือน ๆ กัน คือ ปรับปรุงอัตราการเติมสินค้าคงคลังให้ดีขึ้น (inventory fill rate) ขณะเดียวกันก็ลดระดับสินค้าคงคลังลง ทำการผลิตและส่งมอบสินค้าให้เร็วขึ้นและมีความถูกต้องสูง มีกระบวนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยการทำกระบวนการทำงานต่าง ๆให้มีความเป็นอัตโนมัติมากขึ้น โดยเฉพาะในสายการผลิตในโรงงาน เมื่อกระบวนการต่าง ๆ อย่างเช่น การประกอบชิ้นส่วน การผลิต ห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดทำงานไปพร้อม ๆ กันแต่ต่างสถานีทำงาน (workstations) กัน ค่อนข้างยากมากที่จะนำทุกกระบวนการมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกันและให้ภาพที่ถูกต้องทางธุรกิจในแต่ละจุด แต่ละเวลา เพื่อลดการหยุดชงักในการทำงานให้น้อยที่สุด (minimize downtime)

ความสามารถในการมองเห็นภาพการเชื่อมต่อของหลากหลายกระบวนการที่ทำงานไปพร้อม ๆ กันเป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้ก่อตั้งธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่อย่างไรก็ตามในยุคดิจิตอล เรื่องนี้ควรที่จะใช้เทคโนโลยีมาช่วยด้วยการจัดการโดยซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยในการวางแผนและจัดการกระบวนการทำงานต่าง ๆ ให้ไหลลื่นต่อเนื่องกัน

เพื่อให้การจัดการคลังสินค้าของอะไหล่ยานยนต์สามารถมีชิ้นส่วนในการใช้ผลิตได้ทันเวลา ซอฟต์แวร์การจัดการธุรกิจจะช่วยทำให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่น ขยายตัวได้ต่อเนื่อง และปรับตัวได้ความต้องการของลูกค้าในการทำการตัดสินใจทางธุรกิจได้ดีขึ้น ผู้ก่อตั้งธุรกิจยังไม่ต้องกังวลที่จะต้องเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อีกด้วย เพราะซอฟต์แวร์ถูกออกแบบมาให้นำไปเริ่มต้นใช้และปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างง่ายดายเมื่อดำเนินการใช้งาน

ปัญญาประดิษฐ์สำหรับ SMEs
พาดหัวข่าวเกี่ยวกับระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มักจะเป็นเรื่องว่าทำให้มนุษย์สูญเสียตำแหน่งงาน ความจริงแล้วไม่ถูกต้องทั้งหมด ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์กลับจะกระตุ้นให้เกิดการเติบโตของตำแหน่งงานใหม่ ๆ รวมทั้งสร้างอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น ทุกวันนี้เทคโนโลยีช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้นและยิ่งโลกมุ่งไปสู่ระบบอัตโนมัติ หนทางที่จะอยู่รอดได้คือการต้องหาทางทำงานให้ฉลาดขึ้น (smarter) ด้วยความช่วยเหลือของเทคโนโลยี

ในรายงานการศึกษาล่าสุดของสถาบันแมคคินซีย์โกลบอล(McKinsey Global) ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยจะได้รับผลประโยชน์อย่างสูงจากการทำระบบอัตโนมัติมาใช้ จากการสำรวจประเทศทั่วโลกจำนวน 46 ประเทศซึ่งมีกำลังแรงงานคิดเป็น 80% ของโลก พบว่าประเทศไทยมีศักยภาพอยู่สูงสุดอยู่ในอันดับสองของโลกที่จะสามารถนำระบบอัตโนมัติมาใช้ให้เกิดผลิตภาพสูงขึ้นมหาศาลโดยการใช้หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (54.6 %)

นักอุตสาหกรรมล้วนเชื่อว่างานในอนาคตจะกลายเป็นระบบอัตโนมัติ ต้องการแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญทางเทคนิคค่อนข้างสูง และต้องมีความรู้สติปัญญาและทักษะที่จำเป็นที่จะช่วยรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ หมายความว่ากำลังแรงงานจะไม่ได้ถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ แต่กลับจะทำให้กำลังแรงงานมีโอกาสในการพัฒนาทักษะการทำงานที่มีมูลค่าสูงขึ้นต่างหาก
การใช้ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ถูกถือว่าเป็นสิ่งชี้บอกถึงอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตสูง ธุรกิจในประเทศไทยจะต้องปรับตัวนำมันมาใช้ให้ได้ เพราะมันจะทำให้ธุรกิจสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพสูงขึ้นโดยลดความผิดพลาด และเพิ่มคุณภาพและความรวดเร็ว บางครั้งระบบอัตโนมัติสามารถสร้างผลผลิตไปได้ไกลกว่าความสามารถของมนุษย์ อย่างเช่นการรักษาโรค เป้นต้น

นำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาปรับใช้กับธุรกิจในปัจจุบัน
เพื่อผลักดันไม่แต่เพียงความสำเร็จทางธุรกิจของตนเอง แต่รวมถึงความสำเร็จของประเทศไทยอีกด้วย ธุรกิจจะต้องสร้างแผนการที่จะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ประโยชน์และทำให้สำเร็จโดยเร็ว ถ้าธุรกิจคิดว่าจะนำปัญญาประดิษฐ์หรือระบบอัตโนมัติมาใช้ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตอนนี้เขาน่าจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้คู่แข่งที่มองได้ไกลกว่าไปแล้ว SMEs บางรายทึกทักเอาเองว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างเช่นปัญญาประดิษฐ์เหมาะสมกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น ซึ่งไม่เป็นความจริง
เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าคาดว่าจะช่วยธุรกิจได้ในอนาคตสามารถจะช่วยธุรกิจในปัจจุบันได้เช่นกัน องค์กรต่าง ๆ รวมถึง SMEs มีความจำเป็นต้องทำงานอย่างฉลาดขึ้นและเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างเช่นปัญญาประดิษฐ์สามารถนำมาใช้ช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ – ทำให้บางเรื่องง่ายลงอย่างเช่นแผนกไหนจะใช้งบประมาณในเรื่องใดบ้าง จะติดตามเรื่องการจ่ายเงินได้อย่างไรและค่อยบอกผู้ใช้ว่าใช้เงินไปเท่าไรหรือเหลือเงินให้ใช้อีกเท่าไร

ประเทศกำลังมองหากลจักรใหม่ ๆ ที่ช่วยผลักดันการเติบโต ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ระดับกลาง แต่ต้องเป็นตัวกลางเติมพลังให้ก้าวหน้าต่อไปได้ เทคโนโลยีเป็นตัวกลางซึ่งจะสามารถทำให้เกิดการเติบโตและยังทำให้บริษัทต่าง ๆ ทั้งใหญ่และเล็ก สามารถโฟกัสไปที่การทำธุรกิจหลักของตนเอง มากกว่าที่จะต้องมากังวลเกี่ยวกับว่าจะดำเนินงานทางธุรกิจอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น ธุรกิจในประเทศไทยจะต้องเลือกที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อนและเดินตามเส้นทางของตนเองในการเลือกฉกฉวยโอกาสที่คอยท้าอยู่ในเส้นทางที่จะสามารถเอื้อมถึงได้นี้

ที่มา : ข่าว PR, Sage

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here