หน้าแรก Internet of Things เรียนรู้เทคโนโลยีระบุตำแหน่งที่เหนือชั้นกว่าระบบเดิม : NFC, WiFi, และ BLE

เรียนรู้เทคโนโลยีระบุตำแหน่งที่เหนือชั้นกว่าระบบเดิม : NFC, WiFi, และ BLE

2136
Image credit : gamemarketeers.com
เทคโนโลยีการระบุตำแหน่งได้เปลี่ยนวิถีชีวิตไปเป็นอย่างมาก ทั้งการเดินทาง, ตรวจสอบเส้นทางส่งพัสดุ, หรือแม้แต่การเฝ้าสังเกตเพื่อนและสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะในโลกของธุรกิจนั้น ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมักได้มาจากตำแหน่งที่ตั้งแบบเรียลไทม์ของทั้งผลิตภัณฑ์, พนักงาน, ลูกค้า, หรือแม้แต่อุปกรณ์ IoT

ซึ่งระบบระบุตำแหน่งผ่านดาวเทียมหรือ GPS ที่ถูกนำมาใช้กับบริการยอดนิยมไม่ว่าจะเป็น Google Maps, Facebook Check-in, หรือแม้แต่เกม Pokemon Go แล้ว ด้วยข้อเสียของ GPS ที่มีความแม่นยำต่ำ และต้องการตำแหน่งที่รับรู้ได้จากดาวเทียมตั้งแต่สองดวงขึ้นไป ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้งานในอีกหลายด้าน โดยเฉพาะบริการที่ต้องการความแม่นยำสูง หรืออยู่ภายในอาคารได้

ปัจจุบันจึงมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนจุดอ่อนของ GPS อยู่หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น
– Near Field Communication (NFC) ที่เป็นชุดโปรโตคอลสำหรับหาระยะห่างระหว่างสองอุปกรณ์ที่สื่อสารด้วยเครือข่ายไร้สายในระยะใกล้ ใกล้ในระดับสองนิ้วหรือน้อยกว่า มักพบการใช้งานในรูปของระบบชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านสมาร์ทโฟนที่มีชิป NFC อย่าง Apple Pay และ Android Pay นอกจากนี้ ยังมีหลายธุรกิจที่ใช้ NFC ในรูปของเทคโนโลยีค่าใช้จ่ายต่ำสำหรับตรวจสอบทรัพย์สินและจัดการสต็อคสินค้าในรูปแท๊กแบบ Passive บนอุปกรณ์ที่ต้องการตรวจสอบ แท๊กเหล่านี้ราคาถูกมากเพียงไม่กี่เซ็นต์ อยู่ในรูปสติกเกอร์ที่บรรจุข้อมูลสำหรับอ่านได้ โดยบางแห่งอาจมองความคุ้มทุนโดยนำมาใช้แทนบาร์โค้ดที่ต้องคอยมีคนหรือเครื่องสแกนแทน

– WiFi หรือไวไฟตัวเดียวกับที่เราใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์พกพากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็สามารถนำมาใช้ตรวจสอบตำแหน่งของอุปกรณ์บนเครือข่ายไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เนื่องจาก WiFi ได้ถูกนำมาใช้อย่างครอบคลุมภายในเกือบทุกอาคารไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน, สนามบิน, หรือศูนย์การค้า จึงนิยมนำมาใช้ตรวจสอบพิกัดตำแหน่งอุปกรณ์ที่ใช้ WiFi ได้ภายในอาคารแทน GPS ด้วยเหตุที่แอคเซสพอยต์เป็นอุปกรณ์ที่ฟิกตำแหน่งอยู่กับที่ ทำให้สามารถตรวจสอบความแรงของสัญญาณที่เชื่อมต่อระหว่างตัวเองกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ ด้วยการอาศัยข้อมูลจาก AP ตั้งแต่สองตัวขึ้นไป ก็สามารถใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Trilateration ในการระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ที่ได้ความแม่นยำมากเพียงพอ

– Bluetooth Low Energy (BLE) เป็นอีกทางเลือกในการระบุตำแหน่งในอาคารยอดนิยม โดยใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับ Bluetooth 4.0 มักใช้ติดตามความเคลื่อนไหวของลูกค้าภายในร้าน

– เทคโนโลยีอื่นๆ ในอนาคต เช่น Visual Positioning Service (VPS) จากกูเกิ้ล หรือการใช้คลื่นความถี่อุลตร้าโซนิกและคลื่นวิทยุที่ถูกเสนอโดย IEEE เป็นต้น

ที่มา : http://www.networkcomputing.com/networking/location-based-tech-nfc-wifi-and-ble/1227029956

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here